posttoday
ยุบพรรคไม่ตัดสิทธิเหมาเข่ง

ยุบพรรคไม่ตัดสิทธิเหมาเข่ง

06 พฤศจิกายน 2558

กรธ.วางหลักคุมพรรคการเมือง ผู้บริหารทำผิดไม่ยุบพรรค ไม่ตัดสิทธิยกพวง

กรธ.วางหลักคุมพรรคการเมือง ผู้บริหารทำผิดไม่ยุบพรรค ไม่ตัดสิทธิยกพวง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่า บทกำหนดโทษว่าด้วยการยุบพรรคการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาทุจริตการเลือกตั้งนั้น ถ้าเป็นกรณีที่ผู้บริหารพรรคทำผิดอาจจะไม่มีผลให้ถูกยุบพรรคเหมือนที่ผ่านมา เพราะเห็นใจคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และพบว่าถ้าทำอย่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้ผู้บริหารพรรคไปอยู่ข้างหลังกันหมด ดังนั้นจะตัดสิทธิการเมืองเฉพาะบุคคลที่กระทำทุจริตและผู้ที่รู้เห็นเป็นใจ เว้นแต่พรรคการเมืองกระทำผิดเสียเอง เช่น ถ้าพรรคยอมให้คนต่างชาติเข้ามาบริหารพรรค ก็ต้องยุบพรรค

สำหรับระบบการเลือกตั้งนั้น ยังยืนยันในหลักการเดิม คือ การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ระบบเขตเลือกตั้งและ สส.บัญชีรายชื่อด้วยบัตรเลือกตั้ง สส.ระบบเขตเพียงหนึ่งใบเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะกำหนดวิธีการนับคะแนนเพื่อคำนวณหาจำนวน สส.บัญชีรายชื่ออย่างไร หลังจากมีเสียงท้วงติงว่า การไม่เอาคะแนนของผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.ระบบเขตมาคำนวณหา สส.บัญชีรายชื่อไม่มีความเหมาะสม 

“วิธีคำนวณมีได้หลายวิธี เรากำลังคิดว่าจะนำคะแนนทั้งหมดมาใช้คำนวณเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงคะแนนอย่างไร โดยไม่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ส่วนจำนวน สส.จะมี 500 คน แบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง 350 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ 150 คน ซึ่งการเลือกตั้งระบบเขตจะใช้รูปแบบเขตเดียวคนเดียว และ สส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นบัญชีเดียวกันทั่วประเทศ แต่การจัดทำผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อนั้นอาจจะกำหนดให้ต้องมีผู้สมัครที่มาจากทุกภูมิภาค” นายมีชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม การคำนวณจำนวน สส.อาจทำเป็น 2 ระยะ 1.รับรองผลการเลือกตั้งก่อนครบกำหนด 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง เพื่อให้คำนวณหา สส.ไปก่อน 2.การลงโทษหลังจากการรับรองผลการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่และนำคะแนนครั้งใหม่มาคำนวณ โดยจำนวน สส.อาจเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็ได้

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับระบบการเลือกตั้งใหม่ของ กรธ. โดยให้เหตุผลว่า ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมไม่ใช่เป็นระบบที่เป็นสากล และไม่ใช่ระบบที่เหมาะสมกับประเทศไทยและการเมืองไทย เป็นระบบที่จะสร้างปัญหามากกว่าจะแก้ปัญหา

“ระบบที่ กรธ.จะนำมาใช้นั้น ยังไม่เคยใช้มาก่อน ควรต้องศึกษา ผลดี ผลเสีย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ถ่องแท้ เนื่องจากประเทศชาติไม่ใช่เครื่องทดลองทางความคิดของ กรธ.ที่คิดอะไรได้ก็จะนำมาใช้ทันที ระบบการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศไทยนั้นควรใช้ระบบการเลือกตั้งแบบผสมตามรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือปี 2550 เป็นหลัก เนื่องจากเป็นระบบการเลือกตั้งที่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนและเปิดโอกาสให้เลือกทั้งคนและพรรค โดยไม่ตัดคะแนนใดๆ ที่ประชาชนมอบให้” แถลงการณ์ ระบุ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ