
สาวทอมถูกยิงดับคาที่คาดหวังชิงทอง
2 คนร้ายซิ่ง จยย. ยิงกุ๊กสาวทอมดับคาที่ ซ.รามคำแหง 24 ตำรวจตั้ง 2 ปม ชิงทอง-ปัญหาส่วนตัว
2 คนร้ายซิ่ง จยย. ยิงกุ๊กสาวทอมดับคาที่ ซ.รามคำแหง 24 ตำรวจตั้ง 2 ปม ชิงทอง-ปัญหาส่วนตัว
เวลา 00.05 น. วันที่ 5 ต.ค. พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ พงส.ผทค.สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงไปตรวจสอบพร้อมพล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล รองผบก.น.4 พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผกก.สน.หัวหมาก แพทย์รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ตรงข้ามร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผา พบศพน.ส.สุมนัส ลิ่มสกุลอายุ 39 ปีชาว จ.ขอนแก่น สภาพนอนหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีเหลือง ที่คอพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม. เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด ข้างศพพบปลอกกระสุนปืนขนาด.38 มม.ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนนายนพวิทย์ ชัยหาญ อายุ 49 ปีเพื่อนผู้ตายให้การว่า ผู้ตายทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่มาเก๊าและรู้จักกับน.ส.อาวรณ์ ชัยหาญ อายุ 48 ปี น้องสาวของตนที่มาเก๊า ก่อนจะตกลงคบหาดูใจกันได้ 3-4 เดือนแล้วโดยผู้ตายเพิ่งเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดกลับมาเก๊าในวันที่ 16 พฤศจิกายน น้องสาวจึงอยากพามาเลี้ยงส่ง โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 20.30 น. ตนได้เดินทางมาที่ร้านบุฟเฟ่ต์ทะเลเผาพร้อมกับลูกชาย น้องสาวและผู้ตาย นั่งรับประทานอาหารจนถึงเวลา 22.30 น. ก่อนออกจากร้านมาขึ้นแท็กซี่ฝั่งตรงข้าม โดยตนเดินมาพร้อมลูกชาย ส่วนน้องสาวเดินมาพร้อมผู้ตาย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด พร้อมเสียงตะโกนว่า "มันจะเอาทอง" ส่วนผู้ตายได้นอนล้มลง ตนจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีอาชีพเป็นกุ๊กทำอาหารอยู่ที่มาเก๊าและวันนี้ได้เดินทางมารับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว ซึ่งพยานให้การว่า เห็นคนร้ายสองคนขับขี่รถจยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยคนร้ายที่ทำหน้าที่ขับขี่สวมเพียงหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ ส่วนมือปืนที่ซ้อนท้ายสวมกางเกงยีนส์ ไม่สวมหมวกปิดบังใบหน้า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเป็นการก่อเหตุเพื่อชิงทรัพย์หรือปัญหาส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ต้องสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป







