posttoday
"ประจิน"ประชุมกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

"ประจิน"ประชุมกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

04 พฤศจิกายน 2558

รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เห็นชอบแนวทางการบูรณาการ

รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เห็นชอบแนวทางการบูรณาการ

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (กภช.) ครั้งที่ 2/2558 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประชาสัมพันธ์ กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น ผลการประชุมสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ประธานได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า การเตือนภัยพิบัติเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะต้องมีการบูรณาการในการวางยุทธศาตร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรในประเทศ และการสูญเสียที่ตามมา ตลอดจนเป็นการสร้างความคล่องตัวในการปฏิบัติงานให้ทันต่อเหตุการณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน อีกทั้งการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่จะทำให้ระบบการเตือนภัยเกิดความสะดวกรวดเร็วต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความทันสมัยมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการเตรียมการป้องกันภัยพิบัตินั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีในการสร้างความชัดเจนต่อการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่ผ่านมาว่า ได้ดำเนินการ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การจัดตั้งระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยและอุปกรณ์การเตือนภัยให้สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศ อาทิ ทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ จำนวน 3 ทุ่น หอเตือนภัย จำนวน 328 แห่ง หอกระจายข่าว จำนวน 654 แห่ง สถานีถ่ายทอดสัญญาณเตือนภัย 270 แห่ง เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม 164 แห่ง ศูนย์ควบคุมระบบเตือนภัยประจำจังหวัด 12 แห่ง และเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยในท้องที่ จำนวน 1,590 เครื่อง 2. การจัดระบบสื่อสารหลักและสำรองสำหรับการแจ้งเตือนภัยให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเกี่ยวกับภัยพิบัติ 3. การดำเนินงานการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติตามกรอบการดำเนินงานเฮียวโกะ พ.ศ. 2548 - 2558 และกรอบการดำเนินงานเซนได พ.ศ. 2558 - 2573

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการบูรณาการข้อมูลการเตือนภัยพิบัติ โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติดังกล่าวมีหน้าที่ในการเตือนภัย 6 ภัย ได้แก่ 1. ภัยจากคลื่นสึนามิ 2. อุทกภัยและดินโคลนถล่ม 3. แผ่นดินไหวและอาคารถล่ม 4. ภัยจากพายุเขตร้อน 5. ไฟป่าและหมอกควัน และ 6. สารเคมีและวัตถุอันตราย ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณากรอบและวิธีประสานงานในการบูรณาการข้อมูล รวมทั้งสำรวจการให้บริการข้อมูลผ่านเครือข่ายข้อมูลภาครัฐ (GIN) และเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยมีหน่วยงานที่พร้อมให้บริการข้อมูลฯ รวมทั้งสิ้น 17 หน่วยงาน และหน่วยงานที่มีข้อจำกัดในการให้บริการข้อมูลฯ จำนวน 6 หน่วยงาน โดยเสนอให้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน (MOU) ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมที่ดิน กรมการสรรพกำลังกลาโหม และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

นอกจากนี้ มีหน่วยงานที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริการข้อมูลฯ จำนวน 3 หน่วนงาน ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISDA) และศูนย์ประสานงานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ทั้งนี้แนวทางการบูรณาการข้อมูลการเตือนภัยพิบัตินั้น จะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่าง MOU มีความครอบคลุม รวดเร็วต่อการปฏิบัติงานได้ข้อมูลที่ถูกต้องทันต่อเหตุการณ์ และเกิดประสิทธิผลต่อไป

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69