posttoday
จี้รัฐสอบทุจริตไทยเข้มแข็งกรุงเก่า

จี้รัฐสอบทุจริตไทยเข้มแข็งกรุงเก่า

19 กรกฎาคม 2553

ภาคประชาชนชนเรียกร้องรัฐตรวจสอบทุจริตไทยเข้มแข็งบูรณะศาลภูมิทัศน์รอบศาลหลักเมืองกรุงเก่า

ภาคประชาชนชนเรียกร้องรัฐตรวจสอบทุจริตไทยเข้มแข็งบูรณะศาลภูมิทัศน์รอบศาลหลักเมืองกรุงเก่า

นางกัลยาณี  จูปรางค์  แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี จ.พระนครศรีอยุธยา  กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งจุดการก่อสร้างปรับปรุงหน้าศาลหลักเมืองอยุธยา ซึ่งเป็นโบราณสถาน โดยปัจจุบันคนงานของกรมศิลปากรกำลังดำเนินการปรับปรุงเปลี่ยนอิฐอัดแรงก้อนใหญ่ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว มาเป็นก้อนอิฐขนาดกว้าง 2 นิ้ว ยาวประมาณ 5 นิ้ว ที่ปูไว้รอบศาลหลักเมือง โดยงัดเอาอิฐชุดเดิมออกและนำอิฐชุดใหม่ใส่เข้าไปแทน
 
ทั้งที่อิฐชุดเดิมเพิ่งจะมีการก่อสร้างแล้วเสร็จไปเมื่อต้นปี 2553 ที่ผ่านมาและอิฐก้อนใหญ่ยังไม่ได้ชำรุดเพราะเพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่กี่เดือน แต่กรมศิลปากรมารื้อถอนนำอิฐชุดใหม่ที่มีสภาพก้อนเล็กกว่าใส่แทนในโดยเป็นการปูทางเดินในรูปแบบเดิมและในสถานที่จุดเดิมทุกประการ
 
สำหรับการก่อสร้างนี้อยู่ใน โครงการปรับปรุงก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก บริเวณศาลหลักเมือง-สำนักงานอุทยานฯพร้อมปรับภาพภูมิทัศน์และระบบไฟฟ้าใต้ดิน รวมงบประมาณ 18,325,000 บาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกโลกอยุธยาในสภาวะเร่งด่วน โดยใช้เงินงบประมาณตามโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล เริ่มดำเนินการก่อสร้าง 15 เม.ย. 2553 และ กำหนดแล้วเสร็จ 11 พ.ย.25 53 มีนายเมธาดล วิจักขณะ ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานคณะกรรมการตรวจจ้าง
 
นางกัลยาณี กล่าวอีกว่า ชาวบ้านไม่เข้าใจว่ากรมศิลปากร กำลังเล่นงบประมาณและล้างผลาญงบประมาณของชาติเชื่อว่าอาจมีการทุจริตโครงการหรือผลประโยชน์แอบแฝงโดยชาวบ้านตั้งข้อสันนิฐานว่า

1.อิฐก้อนใหญ่ที่เพิ่งปูทำทางเดินเสร็จไปเมื่อต้นปี 53 ซึ่งยังใหม่และใช้งานยังไม่คุ้มค่า เพราะเหตุใดรื้อทิ้งและนำอิฐแบบเดียวกันที่ก้อนเล็กกว่ามาปูทำทางเดินแทน โดยปูในรูปแบบเดิมและจุดเดิมทุกประการ

และ2.อิฐก้อนใหญ่ที่รื้อออกไปยังสภาพดีกรมศิลปากรนำไปเก็บไว้ที่ไหนหรือนำไปทำอะไร ทั้งนี้ต่อจากไปนี้พวกเราชาวกรุงเก่า จะต้องออกมาเคลื่อนไหวในพลังของภาคประชาชนเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐทุกกระทรวง โดยเฉพาะกรมศิลปากร ว่าแต่ละโครงการมีการทุจริตหรือไม่มีความคุ้มค่าของการใช้เงินงบประมาณหรือไม่ และมีประโยชน์ต่อประเทศชาติหรือไม่รวมถึงเป็นการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนเพื่อเล่นงบประมาณในการเอื้อต่อการทุจริตหรือไม่
 
" พวกเราจะไม่หยุดนิ่งในการปกป้องโบราณสถานสมบัติของชาติเพราะนักวิชาการในกรุงเทพออกมาพูดกล่าวหาว่าพวกเราไม่รักแผ่นดินต่อไปนี้พวกเราจะเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์และออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้การการตรวจสอบทางระเบียบทางราชการและทางกฎหมายจากนี้ไปเราจะทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จ.พระนครศรีอยุธยาให้ทำหนังสือเสนอต่อกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักนายกรัฐมนตรีให้ตรวจสอบ โครงการนี้ซึ่งเป็นเงินตามงบไทยเข้มแข็งว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่"" นางกัลยาณี กล่าว
 
นอกจากนี้เสาที่หน้าศาลากลางหลังเก่าที่กรมศิลปากรมาหล่อเทไว้ 32 ต้น เพื่อทำศาลาผู้โดยสารรถรางนั้น ชาวบ้านออกมาประท้วง ปรากฏว่าทุบทิ้งไปเพียง 14 ต้น เหลืออีก 18 ต้นไม่ยอมทุบทิ้งก็ไม่ทราบกรมศิลปากรจะตั้งเอาไว้เพื่ออะไร การดำเนินการแก้ปัญหาในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากรต้องแสดงบทบาทผู้นำในการอนุรักษ์ ไม่ใช่นำทำลายและควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง  หากทำไม่ได้ก็ขอให้โยกย้ายคนของกรมศิลปากรที่กำกับดูแลในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ออกไปจากจังหวัด  และเอาคนที่มีความรู้มีความสามารถและมีแนวคิดอนุรักษ์มาปฏิบัติหน้าที่แทนเสียจะดีกว่า 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ