
สปท.ถก10พ.ย.ให้ความเห็นร่างรธน.ก่อนส่งกรธ.
สปท.เปิดประชุม10พ.ย.ให้ความเห็นทำรัฐธรรมนูญก่อนส่งกรธ. เตรียมเชิญทูตต่างประเทศฟังแนวทางปฏิรูป 11 พ.ย.นี้
สปท.เปิดประชุม10พ.ย.ให้ความเห็นทำรัฐธรรมนูญก่อนส่งกรธ. เตรียมเชิญทูตต่างประเทศฟังแนวทางปฏิรูป 11 พ.ย.นี้
นายคำนูณ สิทธิสมาน นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ และพญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ทีมโฆษกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมกันแถลงข่าวถึงแนวทางการทำงานของสปท. โดยนายคำนูณ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมสปท.ให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับการประชุมสปท. เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท.จะลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการดำรงตำแหน่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะของสปท.
นายคำนูณ กล่าวว่า ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกสปท.แสดงความจำนงเข้ามาเป็นกมธ.สามัญคณะต่างๆเรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการพิจารณาการดำรงตำแหน่งฯจะพิจารณาเกลี่ยรายชื่อของสมาชิกสปท.ไปดำรงตำแหน่งตามกมธ.สามัญชุดต่างๆ ส่วนตำแหน่งประธานและรองประธานกมธ.สามัญการปฏิรูปชุดต่างๆนั้น แม้ประธานสปท.จะมีอำนาจแต่งตั้งเองได้ แต่ประธานสปท.จะตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาบุคคลมาดำรงตำแหน่งประธานกมธ.สามัญชุดต่างๆ เพื่อให้เกิดความรอบคอบต่อไป
ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญนั้น แม้สปท.จะไม่มีหน้าที่โดยตรงในการเสนอความเห็น แต่การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องบรรจุในรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ได้มีหนังสือถึงประธานสปท. ขอรับฟังความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น สปท.จะเปิดประชุมให้มีวาระอภิปรายทั่วไป เพื่อให้สมาชิกสปท.แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ
“คาดว่าจะเปิดประชุมเพื่ออภิปรายวาระดังกล่าวได้ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรจะส่งให้กรธ.ทราบต่อไป ขณะเดียวกันที่ประชุมสปท.เตรียมเปิดประชุมให้มีวาระอภิปรายเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วย แต่ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลา”นายคำนูณ กล่าว
ขณะที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า แนวทางการทำงานของสปท. จะยึดตามกรอบวาระและข้อมูลที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ได้ศึกษาไว้ และเลือกเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วนขึ้นมาดำเนินการก่อน และจะประสานงานกับแม่น้ำทุกสายในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าภายใน 1 เดือน กมธ.สามัญปฏิรูปทุกชุดจะสรุปแนวทางการทำงานส่งมาให้ที่ประชุมสปท.พิจารณาได้ โดยต้องมีการรายงานผลงานตลอดในช่วง 1 เดือน แต่หากกมธ.ปฏิรูปชุดใดมีมติที่เปลี่ยนแปลงไปก็สามารถทำได้ แต่เรื่องใหม่ๆควรคิดให้น้อยที่สุด ควรสานต่องานเดิมของสปช.
ด้าน นายสุวัฒน์กล่าวว่า ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. สปท.ได้เชิญคณะทูตต่างๆประจำประเทศไทย จำนวน 76 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ 19 องค์กร มารับฟังแนวทางการปฏิรูปประเทศของสปท.ที่ห้องสารนิเทศ รัฐสภา เพื่อให้ทูตแต่ละประเทศเข้าใจเป้าหมายและแนวทางการปฏิรูปประเทศเพื่อไปชี้แจงกับประเทศของตัวเอง
พร้อมกันนี้เปิดโอกาสให้ทูตต่างประเทศได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ ซึ่งร.อ.ทินพันธุ์ จะเป็นผู้กล่าวเปิดการชี้แจงวัตถุประสงค์ ส่วนในวันที่ 14 พ.ย. ได้เชิญเอกอัครราชทูตไทยในต่างประเทศ จำนวน 96 ประเทศ มารับฟังแนวทางการปฏิรูปประเทศของสปท.ที่กระทรวงต่างประเทศ เพื่อรับทราบแนวทางการปฏิรูปประเทศของสปท. เป็นข้อมูลไปชี้แจงให้นานาประเทศรับทราบต่อไป







