
หันหน้าคุย
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ [email protected]
เมื่อวานนี้ 3 ผู้นำมหาอำนาจแห่งเอเชียตะวันออกคือ ประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ แห่งเกาหลีใต้ นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น และนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ของจีน ได้มาร่วมประชุมสุดยอด 3 ฝ่ายกันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี
ก่อนหน้านี้ผู้นำทั้งสามประเทศเขานัดหารือ 3 ฝ่ายกันทุกปีตั้งแต่ปี 2008 ผลัดเปลี่ยนประเทศเจ้าภาพกันบ้าง แต่มาหยุดชะงักเอาตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา เนื่องจากมีประเด็นเรื่อง
ศาลเจ้ายาสุกูนิปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
มาในครั้งนี้ทุกฝ่ายต่างก็จับตาว่าจะมีความคืบหน้าอะไรหรือไม่ ในช่วงที่ทะเลจีนใต้กำลังคุกรุ่นอย่างหนัก
เพราะจู่ๆ สหรัฐก็ส่งเรือรบติดตั้งจรวดนำวิถีทะลุเข้าไปในเขต 12 ไมล์ทะเล บริเวณเกาะเทียมที่จีนกำลังก่อสร้างในบริเวณเขตหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยที่หลายประเทศเอเชียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกลับเงียบไม่พูดถึง ทำเอาจีนหัวเสียออกมาขู่อย่างแข็งกร้าวไปแล้วก่อนหน้านี้
ส่วนเรื่องเศรษฐกิจการค้าเองนั้นก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เพราะสหรัฐนำทีมอีก 11 ชาติเอเชีย ลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี ไปแล้ว แต่กลับไม่มีจีนที่เป็นชาติมหาอำนาจใหญ่ในภูมิภาคร่วมด้วย
ราวกับว่าจีนกำลังถูกขีดเส้นกันให้เป็น “คนนอก” กับเรื่องที่เกิดขึ้นรอบๆ บ้านของตัวเอง
ทว่า การประชุมเมื่อวานนี้กลับไม่ได้ให้ผลเลิศอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง ซึ่งเอพีได้เสียดสีถึงผลลัพธ์ของเวทีเมื่อวานนี้ ได้มาซึ่ง “การประชุมครั้งต่อๆ ไป” เท่านั้น เมื่อทั้งสามคนตกลงเพียงที่จะฟื้นการประชุมสุดยอด 3 ฝ่ายอีกครั้ง พร้อมประเด็นความร่วมมือแบบน้ำจิ้มๆ เรื่องนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ
อาจกล่าวได้ว่าความหมางใจเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 กลายเป็นเรื่องรองไปในทันที เมื่อเทียบกับยุทธศาสตร์การเมืองและการค้าใหม่ในวันนี้ที่มีสหรัฐคัมแบ็กกลับมา
ความน่าสนใจนอกเหนือจากการหันหน้าคุยกัน 3 ฝ่าย จึงอยู่ที่การคุยกันนอกรอบแบบ 1-1 โดยไม่มีการแถลงข่าวด้วย น่าสนใจว่าจีนจะล็อบบี้เกาหลีใต้ หรือคุยกับญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองประเทศนี้
ต่างก็เป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐอย่างไร
มีข่าวว่ารัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ แอชตัน คาร์เตอร์ เอง ที่เพิ่งประกาศว่า “เอเชียต้องการสหรัฐ” ก็บินมาที่โซล เพื่อมาหารือกับทางเกาหลีใต้ด้วย ก่อนที่ทุกฝ่ายจะไปเจอกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ในวงประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของ 10 ชาติอาเซียน และอีก 8 ประเทศที่เกี่ยวข้อง
งานนี้แน่นอนว่าเรื่องทะเลจีนใต้เป็นประเด็นร้อนที่กลบเรื่อง อื่นๆ ไปสนิท ต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดต่อไปค่ะ







