
พลิกสารพัดสูตรเลือกตั้ง ก่อนจะเป็น ‘จัดสรรปันส่วนผสม’
หัวใจหนึ่งของรัฐธรรมนูญ คือ การกำหนดวิธีการเลือกตั้ง สส. เพราะจะเป็นช่องทางที่นำไปสู่การสถาปนาอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
หัวใจหนึ่งของรัฐธรรมนูญ คือ การกำหนดวิธีการเลือกตั้ง สส. เพราะจะเป็นช่องทางที่นำไปสู่การสถาปนาอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจบริหาร เนื่องจากประเพณีและวัฒนธรรมทางการเมืองไทยที่ผ่านมากำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี จึงไม่แปลกที่หลายฝ่ายจะจับตาการออกแบบการเลือกตั้ง สส.เป็นพิเศษ
ร่างรัฐธรรมนูญเวอร์ชั่น “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้วางโครงสร้างของการเลือกตั้ง สส.เอาไว้แล้วมีชื่อที่เรียกว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” กล่าวคือเป็นการนำคะแนนของผู้สมัคร สส.เขต ที่แพ้การเลือกตั้งมานับรวม เพื่อคำนวณหาจำนวน สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนคะแนนของผู้ชนะการเลือกตั้ง สส.เขต จะไม่ถูกนำมารวม เพื่อดีดลูดคิดหาจำนวน สส.ระบบบัญชีรายชื่อ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธาน กรธ.อธิบายถึงเหตุข้อดีของระบบเลือกตั้ง สส.ดังกล่าวว่า “ด้วยวิธีนี้ทุกคะแนนจะมีความหมายหมด มีคนพูดว่าระบบการเลือกตั้งแบบนี้จะทำให้พรรคทั้งพรรคอ่อนแอ แต่ผมคิดว่าพรรคการเมืองจะยิ่งเข้มแข็งขึ้น เพราะทั้งพรรคและคนที่ไปลงสมัครจะต้องไปด้วยกัน ที่สำคัญ คือ เสียงที่เคยพูดกันว่าพรรคเราได้รับความนิยมมาก ส่งคนขับรถหรือเสาโทรเลขไปลงสมัครก็ได้รับการเลือกตั้ง ถ้าใช้ระบบการเลือกตั้งนี้เราก็จะไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้อีก เพราะพรรคต้องพิจารณาส่งคนสมัครรับการเลือกตั้งด้วยความรอบคอบ”
ระบบการเลือกตั้งที่ออกมานั้นถือกำเนิดขึ้นมาภายใต้หลักการสำคัญของ กรธ. 5 ประการ ได้แก่ 1.สส.ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง 2.ระบบการเลือกตั้งไม่ควรซับซ้อน ประชาชนเข้าใจง่าย 3.เพื่อเป็นการเคารพประชาชนที่ลงคะแนน จึงพยายามทำให้คะแนนการเลือกตั้งที่ประชาชนให้ทุกคะแนนมีความหมาย ไม่ว่าจะลงคะแนนให้ใคร คะแนนเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ควรสูญเปล่า 4.เป็นระบบการเลือกตั้งที่ส่งเสริมให้ประชาชนสนใจออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และ 5.เข้ากับบริบทหรือวิถีชีวิตของคนไทยโดยไม่ขัดหลักสากล
อย่างไรก็ตาม กว่าที่ กรธ.จะได้ข้อสรุปว่าจะใช้การเลือกตั้ง สส.ด้วยวิธีจัดสรรปันส่วนผสม ทางคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างนิติบัญญัติ ที่มี “ประพันธ์ นัยโกวิท” เป็นประธาน ได้นำเสนอเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาให้กับ กรธ.พิจารณา ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ถึงข้อดีและข้อเสียของการเลือกตั้ง สส.แต่ละประเภททั่วโลก โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1.ระบบเสียงข้างมาก (Plurality System)
ระบบนี้มีหลักการที่ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดชนะการเลือกตั้ง (First Past the Post)
ข้อดี เป็นระบบที่เข้าใจง่าย ทำให้เกิดรัฐบาลเพียงพรรคเดียว คณะรัฐมนตรีไม่ถูกผูกมัดที่จะต้องต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาลเล็กๆ เพราะพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดจะได้รับ “ที่นั่งแถม” เป็นส่วนใหญ่ ฝ่ายค้านมีความเป็นปึกแผ่น ส่งเสริมเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในเขตเลือกตั้งกับผู้แทนของตน เพราะสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งจะเป็นตัวแทนของพื้นที่มากกว่าแค่ตราของพรรค
ข้อเสีย กีดกันพรรคเล็ก ก่อให้เกิดคะแนนเสียงสูญเปล่าจำนวนมาก อาจไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของความเห็นสาธารณะ
2.ระบบสัดส่วน (Proportional Representative system)
ข้อดี เป็นระบบที่เอื้อให้คนกลุ่มน้อยได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้องค์กรนิติบัญญัติมีทั้งกลุ่มเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย เปิดโอกาสให้สตรีได้รับการเลือกตั้งมากขึ้น โดยพรรคสามารถใช้บัญชีรายชื่อในการส่งเสริมความก้าวหน้าของนักการเมืองสตรี ไม่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้งซ่อม
ข้อเสีย ส่งผลให้ผู้แทนขาดความสัมพันธ์กับประชาชนในท้องถิ่น มีผลให้บุคคลในระดับแกนนำของพรรคการเมืองมีอิทธิพลเหนือผู้แทนอย่างมาก เนื่องจากมีอิทธิพลในการกำหนดลำดับผู้สมัครรับการเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อของพรรค เกิดรัฐบาลผสม หรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้ง่าย
3.ระบบผสม (Mixed System)
เป็นรูปแบบคู่ขนานระหว่างเขตและสัดส่วน (Parallel System)
ข้อดี เปิดโอกาสให้พรรคเล็กมีโอกาสได้ที่นั่งในสภา เพราะแม้จะไม่ได้รับการเลือกตั้งในเขต เพราะไม่สามารถได้รับคะแนนเสียงมากที่สุด แต่หากได้รับคะแนนเสียงแบบสัดส่วนอย่างเพียงพอก็อาจยังคงได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจากการจัดสรรแบบสัดส่วน ในทางทฤษฎีระบบนี้น่าจะทำให้พรรคแตกแยกน้อยกว่าระบบตัวแทนแบบสัดส่วนผสมเพียงอย่างเดียว
ข้อเสีย ไม่สามารถประกันความเป็นสัดส่วนในภาพรวมได้ เนื่องจากบางพรรคอาจยังคงไม่สามารถได้ที่นั่งในสภา แม้จะได้รับคะแนนเสียงจำนวนไม่น้อยก็ตาม มีความซับซ้อนพอสมควร และอาจทำให้ผู้ลงคะแนนสับสนกับลักษณะและการดำเนินงานของระบบการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ใน 199 ประเทศทั่วโลก มีถึง 91 ประเทศ ที่ใช้ระบบเสียงข้างมาก รองลงมาเป็นระบบสัดส่วน 72 ประเทศ ระบบผสม 30 ประเทศ และระบบอื่นๆ 6 ประเทศ
ถึงกระนั้น กรธ.ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมยังไม่ใช่ข้อสรุปที่่ กรธ.จะกำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะต้องรอรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย แต่ส่วนหนึ่งก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเมื่ออาจารย์มีชัยออกมาการันตีถึงสรรพคุณขนาดนี้ โอกาสที่การเลือกตั้งระบบนี้จะถูกเขี่ยออกจากร่างรัฐธรรมนูญคงมีความเป็นไปได้น้อยมาก







