posttoday
"ประยุทธ์" ถกแม่น้ำ 5 สาย ลั่นพร้อมอยู่ต่อถ้ายังไม่สงบ

"ประยุทธ์" ถกแม่น้ำ 5 สาย ลั่นพร้อมอยู่ต่อถ้ายังไม่สงบ

28 ตุลาคม 2558

บิ๊กตู่ประชุมร่วมกับแม่น้ำ 5 สายขอแรงทุกฝ่ายร่วมเป็นสะพานข้ามความขัดแย้ง ลั่น "ถ้าไม่สงบเรียบร้อย ผมก็ต้องอยู่"

บิ๊กตู่ประชุมร่วมกับแม่น้ำ 5 สายขอแรงทุกฝ่ายร่วมเป็นสะพานข้ามความขัดแย้ง ลั่น "ถ้าไม่สงบเรียบร้อย ผมก็ต้องอยู่"

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมร่วมกับ คสช. คณะรัฐมนตรี สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงหัวหน้าส่วนราชการ ที่อาคารรัฐสภา โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบนโยบายและอธิบายถึงแนวทางการทำงานเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้

ห่วงติดกับดักประชาธิปไตย ไม่เคารพกติกา

ถ้าเราต้องการให้ประเทศไทยมีความสุข มีอนาคต พ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง แต่ต้องพ้นกับดักประชาธิปไตยด้วย ต้องไม่บิดเบือนหลักการประชาธิปไตย และต้องยอมรับกติกา เวลานี้เป็นโอกาสเดียวที่เราจะเดินหน้าไปได้ ผมขอร้องพี่ๆนักการเมืองไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตามให้มาร่วมกัน และต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขและประเทศได้รับการยอมรับในเวทีโลก ถ้าไม่อยากให้ผมหรือใครมายืนตรงนี้อีก ต้องแก้ไขปัญหาต่างๆให้ได้

ช่วงที่ผ่านมา ปัญหาเศรษฐกิจที่หดตัวลง และขาดความเชื่อมั่น ไม่ใช่เพราะผม เพราะทุกคนทำกันมาทั้งสิ้นตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและส่งผลถึงอนาคตด้วย 10ปีที่ผ่านมามีความขัดแย้งมาตลอด และไม่เคยแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขปัญหาให้ได้ ใครก็ตามที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องกลับมาสู่ตามกระบวนการยุติธรรม ที่อ้างว่าไม่เป็นธรรมนั้นก็กลับมาสิครับ ไม่ใช่ไปต่อสู้กันอยู่ข้างนอกแบบนี้ บ้านเมืองก็เสียหาย ผมถามท่านว่ายังนับถือคนเหล่านี้อีกเหรอ ผมไปผมอายเขานะ นักการเมืองยอมรับกันเหรอแบบนี้ ท่านก็รู้อยู่ว่ามันเป็นอย่างไร ผมไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูก ต้องกลับมาพิสูจน์ทราบด้วยตัวเองสิครับ อย่ามาอ้างนี่อ้างโน่น

ขอแรงร่วมเป็นสะพานข้ามแม่น้ำความขัดแย้ง

สถานการณ์บ้านเมืองของเราเหมือนประเทศเรามีแม่น้ำเส้นหนึ่งขวางอยู่ ไม่ใช่แม่น้ำ 5 สายนะ แต่เป็นแม่น้ำประชาธิปไตยนี่แหละ ทุกคนกำลังพยายามข้ามแม่น้ำสายนี้อยู่ วันนี้คสช. รัฐบาล สนช. สปท. กรธ. เป็นสะพานข้ามแม่น้ำสายนี้เพื่อข้ามประชาธิปไตยที่มีความขัดแย้งไปให้ได้ บางคนก็พร้อมจะข้ามไปด้วยกัน แต่บางคนชอบจะลุยน้ำ บางคนก็ว่ายน้ำข้ามไปทั้งๆที่ว่ายไม่เป็นและก็ตายอยู่ข้างล่าง ต้องเอาคนทุกคนมาขึ้นสะพานให้ได้เพื่อข้ามความขัดแย้ง วันนี้เราต้องแก้ไขปัญหาการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ใครจะเสียหรือได้อำนาจผมไม่รู้ แต่ผมไม่เคยคิดว่าผมได้อำนาจหรือได้อะไรขึ้นมา แต่ประเทศชาติได้

ผมไม่ได้อยากอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด แต่จะอยู่เท่าที่จำเป็น พวกกเฬวรากข้างนอกเคยพูดชัดเจนแบบที่ผมพูดหรือไม่ว่าต่อไปนี้จะไม่ทำผิดกฎหมายอีกแล้ว แต่กลับมากล่าวหาว่าผมจะสืบทอดอำนาจ โดนหมดทุกคน รองนายกฯก็โดนกันหมดว่าอยากมีอำนาจ แล้วจะเป็นทำอะไรกันวะ ถ้าทุกคนเข้ามาทำงานแบบที่ผมทำจะอยู่รู้ว่ามันไม่สบายเลย มันต้องแบกคนอีก 70 ล้านคน ผมไม่ได้แบกคน 12 ล้าน 14 ล้าน 16 ล้านอะไรของท่าน ผมต้องแบก 70 ล้านคนและทำให้พวกเขามีความสุข

ผมไม่ได้ต้องการจะมาสร้างความขัดแย้ง แต่ต้องการสร้างความปรองดอง วันนี้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ 7832 แห่ง ทำให้คนที่อยู่คนละข้างมาเจอกันและกลับมานอนด้วยกัน นี่แหละปรองดองไปแล้ว

สั่งทูตทั่วโลกต้องทำหน้าที่ขายของ

เรื่องปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลชุดนี้ได้เข้าไปแก้ไขระดับหนึ่งแล้ว อย่างเรื่องการระบายข้าวก็มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลขายข้าวไม่เก่ง แต่ปัญหา คือ ทั่วโลกสต๊อกข้าวไว้เยอะ แล้วแบบนี้จะขายใครได้ ถ้าจะขายให้หมดคลังก็ลดราคาลงมาให้ต่ำที่สุด จะยอมกันหรือไม่ และตอนนี้มันเป็นคดีกันอยู่ เวลาจะขายข้าวทีต้องทำเรื่องขอไปยังอัยการสูงสุด ไม่ใช่ส่งเดชขายไปเรื่อย

ยอมรับว่ามีบางประเทศที่รังเกียจผม แต่เขามีมารยาท ไม่เหมือนคนไทยที่ไม่ดีที่ไม่ให้เกียรติผม เขามารยาทดี เขาเกลียดผมแค่ไหนผมจับมือกับเขา เขาก็ต้องจับกับผม ผมยิ้มให้เขาก็ยิ้มให้ผม เขาไม่เป็นแบบเรา ถ้าไม่ใช่พวกกูก็ไม่ยิ้มให้ ต่างชาติพร้อมจะมาลงทุนในไทยทั้งหมด วันนี้กระทรวงต่างประเทศต้องไม่ทำหน้าที่แค่รับแขกและจัดงานเลี้ยงเท่านั้น ทูตไทยทุกประเทศต้องทำหน้าที่เป็นหน้าด่านให้ประเทศ ท่านต้องรู้ทุกเรื่อง เป็นศูนย์ดำรงธรรมในต่างประเทศให้กับผม ต้องตอบคำถามได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการลงทุนและธุรกิจ ข้อมูลทั้งหมดต้องมีที่สถานทูตและสถานกงสุล

"ประยุทธ์" ถกแม่น้ำ 5 สาย ลั่นพร้อมอยู่ต่อถ้ายังไม่สงบ

วอนเลิกดึงสถาบันฯเอี่ยวการเมือง

เรื่องการปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมยืนยันได้ว่าท่านไม่เคยลงมาเกี่ยวข้อง พวกผมอยู่ใกล้ชิดและถวายงานมาตลอด ท่านไม่เคยรับสั่งว่าเกลียดสีนั้นสีนี้เลย แต่กลับมีข้างหนึ่งว่าท่าน ทำไมต้องไม่ว่าสถาบันฯ ทำไมต้องเอาท่านลงมาเกี่ยวข้อง ท่านพระราชทานพระราชอำนาจมาทั้งหมดแล้วทั้ง 3 อำนาจ ท่านอยู่เหนือความขัดแย้ง อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ลงพระปรมาภิไธยในเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้

ถามว่าทำไมตอน 14 ตุลาคม ท่านหยุดได้ เพราะข้างหนึ่งเป็นทหาร รับสั่งอะไรลงมาทหารต้องทำหมด อีกข้างก็ต้องเลิก แต่วันนี้มันเลิกกันหรือไม่ สองข้างไม่ยอมเลิกแต่ไปเอาท่านลงมาอีก ขอเถอะครับอย่าเอาท่านลงมาเลย พวกผมยอมไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราจะบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น เพราะถึงอย่างไรท่านก็พระราชานอภัยโทษอยู่แล้ว แต่มีหลายคนได้รับการนิรโทษกรรมมาแล้วแต่ก็กลับมาทำแบบเดิมอีก ไอ้พวกนี้ไม่เคยมีความกตัญญู มันไม่ตายดีหรอกผมจะบอกให้ ผมพูดแล้วจำคำพูดผมไว้แล้วกัน

บางเรื่องฝ่ายความมั่นคงก็เรียกมาอบรมปรับทัศนคติ แต่ก็ถูกต่อว่าการปรับทัศคติเป็นเรื่องผิด ถ้าไม่ต้องเรียกมาปรับทัศนคติก็ให้ติดคุกไปเลยก็แล้วกันง่ายดี ปรับทัศนคติเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้วปล่อยให้เป็นพ่อหรือไง ผมโมโหเรื่องนี้ ผมขอโทษนะที่ไม่ควรพูดคำหยาบในสภา แตะต้องไม่สักเรื่องเลยแล้วบ้านเมืองเสียหายเพราะใคร

เตือนถ้าไม่สงบจะอยู่ในอำนาจต่อ

ปัญหารัฐวิสาหกิจเวลานี้ก็มีแต่คนบ่น ไม่มีคนมาช่วยผม ผมจะรื้อทั้งหมด จ้างงานจ้างคนเท่าไหรก็ไม่ยอมออก เพราะจะเปิดโอกาสให้รีไทร์ปรากฏว่ามีคนข้างล่างออก ข้างบนไม่ออก ผมจะให้ออก คนเงินเดือน2-3แสนแต่ไม่มีงานทำนั่นแหละ ถ้าต่อต้านผมก็จะไม่ได้รับเงินตอบแทนจากเดิมที่เวลาออกจะได้รับเงินตอบแทนตามระเบียบ

ต่อไปนี้เรื่องการจัดทำกฎหมายต้องมีการส่งข้อมูลมาทั้งหมด สนช. รัฐบาล คสช. สปท. ต้องตั้งคณะกรรมการประสานงานหรือวิปขึ้นมา จะได้เกิดการทำงานกันต่อเนื่อง ไม่ใช่ต่างคนต่างทำทำงานหรือต่างคนต่างคิด จะทำงานกันเหมือนเดิมไม่ได้

ฝ่ายการเมืองไม่ต้องระแวงผมหรอกครับ บอกกันตลอดว่าผมจะอยู่ในอำนาจต่อ แต่บอกไว้ว่าถ้าไม่สงบเรียบร้อยผมก็ต้องอยู่ เอาอย่างนี้ไหมจะได้พูดกันให้รู้เรื่องเสียที อยู่ที่พวกท่านนั่นแหละ ถ้าไม่เลิกกันก็อยู่กันอย่างนี้ ปิดประเทศก็ปิดกันไป แล้วถ้าเอาประชาชนมาเมื่อไหรพวกแกนนำและคนพูดมากๆจะโดนก่อน ผมมีอำนาจของผมอยู่

ผมขอฝากความหวังไว้กับแม่น้ำทั้ง 5 สายด้วย ร่วมงานด้วยกันก็ตายด้วยกัน มาสร้างประวัติศาสตร์ให้เขา อย่าโกรธผม ผมเป็นคนแบบนี้ ถ้าผมไม่เป็นแบบนี้ผมปฏิวัติไม่ได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก