
เสนอแก้พรบ.สวัสดิการชาวนาลดอายุรับเงินเหลือ55ปี
สมาคมชาวนาเสนอกระทรวงเกษตรฯแก้ไข พรบ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ลดอายุรับสิทธิประโยชน์จาก 65ปีเป็น 55 ปี ชี้หากใช้กณฑ์อายุเดิมคงตายก่อนได้รับผลประโยชน์
สมาคมชาวนาเสนอกระทรวงเกษตรฯแก้ไข พรบ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ลดอายุรับสิทธิประโยชน์จาก 65ปีเป็น 55 ปี ชี้หากใช้กณฑ์อายุเดิมคงตายก่อนได้รับผลประโยชน์
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวภายหลัง ร่วมประชุมคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับจังหวัด ที่เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงประเด็นที่ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุถึงความคืบหน้าของร่างพรบ.กองทุนสวัสดิการชาวนา ตามแผนยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2550-2554 ที่ผ่านความเห็นชอบในหลักการจากคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิตเรียบร้อยแล้ว และจะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ในเดือน ส.ค. พร้อมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือน พ.ย. 2553
โดยเบื้องต้นตามข้อมูลรัฐบาลเสนอกรอบแนวทาง ให้สมาชิกส่งเงินสะสมร้อยละ 3 หรือส่วนหนึ่งของรายได้จากการขายข้าวสมทบเข้ากองทุน และรัฐบาลสมทบอีกร้อยละ 6 หรือประมาณ 2 ส่วน โดยผู้รับสิทธิประโยชน์ต้องมีอายุ 65 ปี และเป็นสมาชิกครบ 15 ปี จะได้รับบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต หากเป็นสมาชิกไม่ครบอายุ ตาย หรือทุพพลภาพ ได้รับบำเหน็จครั้งเดียว ซึ่งลักษณะกองทุนสวัสดิการชาวนาเหมือนกับกองทุนทั่วไป คือ สมาชิกส่งเงินสะสม 3% คิดจากรายได้จำหน่ายข้าวเปลือกแต่ละปี (เฉลี่ยถือครอง 16 ไร่ต่อครัวเรือน เท่ากับต้องส่งเงิน 2,880 บาทต่อปี) และรัฐสมทบให้ 6% ราว 5,760 บาท
นายวิเชียร กล่าวว่า ในประเด็น พรบ.ฉบับนี้ ชาวนาและรัฐบาล มีความเห็นในข้อกำหนดเงื่อนไขไม่ตรงกัน โดยชาวนาทั่วประเทศต้องการให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ แก้ไขร่าง พรบ.ฉบับดังกล่าว ก่อนที่จะนำมารับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากชาวนาทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องแก้ไขมากที่สุด คือ อายุของชาวนาที่จะมีสิทธิรับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต ที่รัฐมนตรีเห็นว่า 65 ปีขึ้นไปมีสิทธิ ชาวนาเสนอให้เป็น 55 ปีขึ้นไปมีสิทธิ สาเหตุเพราะ หากรอรับเงินบำนาญที่ 65 ปีขึ้นไปนั้นไม่เหมาะสม เพราะชาวนาทำนางานหนักตลอดชีวิต อยู่กลางแดด ใช้แรงกายอย่างหนัก และใช้ปุ๋ยเคมี ร่างกายคงไม่สามารถคงทนไปจนถึง 65 ปี เรียกได้ว่า ตายก่อนที่จะอายุ 65 ปีเป็นส่วนใหญ่
ส่วนประเด็นที่ต้องแก้ไขอีกคือ เงื่อนไขต้องสงเงินสมทบ 15 ปีขึ้นไปจึงจะมีสิทธิรับเงินบำนาญนั้น ชาวนาเห็นว่านานเกินไป เพราะจะตายก่อนส่งเงินครบ 15 ปี แน่นอน ดังนั้นรัฐบาลครบยกเลิกเงื่อนไขนี้ลงเสีย เพราะเมื่อชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว และส่งเงินสมทบตามเงื่อนไน ก็ควรมีสิทธิ์รับเงินสวัสดิการดังกล่าว เช่นเดียวกับ พรบ.ประกันสังคมของกลุ่มแรงงานตามโรงงาน หรือหากทำไม่ได้ ก็ควรลดเงื่อนไขการส่งเงินสบทบจาก 15 ปี หรือเพียง 1-2 ปีเท่านั้น
“ อย่างไรก็ตาม อยากให้รัฐกำหนดความชัดเจนว่า เงินสมทบที่ชาวนาจะต้องส่งประมาณเท่าใดต่อเดือน และเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิตจะได้เดือนละเท่าไร และได้ในเงื่อนไขต่อ 1 ครอบครัว หรือได้ต่อรายหัว 1 คน อีกทั้งต้องยืนยันว่า หากชาวนารายได้ได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต จะต้องไม่ไปตัดสิทธิ์รับเงินเบี้ยชรา ที่รับจากองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นเดือนละ 500 บาทด้วยเช่นกัน” นายวิเชียร กล่าวย้ำ







