
ศาลฎีกายกฟ้อง ม็อบต้านท่อก๊าซ
ศาลฎีกาพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2558 ให้ยกฟ้องชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาสังคมจำนวน 34 คน ซึ่งถูกพนักงานอัยการ จ.สงขลา ยื่นฟ้องจากเหตุการณ์ชุมนุมคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 2545 โดยศาลเห็นว่าประชาชนที่ถูกจับกุมไม่มีความผิดใดๆ ตามข้อกล่าวหา เพราะเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย สงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
ศาลฎีกาพิพากษา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2558 ให้ยกฟ้องชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาสังคมจำนวน 34 คน ซึ่งถูกพนักงานอัยการ จ.สงขลา ยื่นฟ้องจากเหตุการณ์ชุมนุมคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย อ.จะนะ จ.สงขลา เมื่อปี 2545 โดยศาลเห็นว่าประชาชนที่ถูกจับกุมไม่มีความผิดใดๆ ตามข้อกล่าวหา เพราะเป็นการชุมนุมที่ชอบด้วยกฎหมาย สงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งถือเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เริ่มสลายการชุมนุมก่อน ซึ่งหากผู้ชุมนุมตั้งใจให้เกิดความรุนแรง ความเสียหายและความวุ่นวายจะมีมากกว่านี้
นอกจากนี้ ศาลยังได้พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ที่ให้ยึดของกลางซึ่งเป็นอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ ไม้คันธง หนังสติ๊ก และอื่นๆ โดยให้คืนอุปกรณ์เหล่านี้แก่จำเลยผู้ไม่ได้กระทำความผิดเสียทั้งสิ้น เพราะไม่ถือเป็นทรัพย์ที่ใช้เป็นอาวุธ
นางศุภวรรณ ชนะสงคราม ชาวบ้าน อ.เทพา กล่าวว่า คดีนี้ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมได้รับรองสิทธิในการชุมนุมโดยสงบว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังเป็นการพูดแทนประชาชนที่ออกมาปกป้องทรัพยากรของชาติบ้านเมืองได้อีกด้วย
อนึ่ง ชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาสังคมทั้ง 34 คน ถูกฟ้องใน 7 ข้อหา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2545 โดยชาวบ้านซึ่งคัดค้านโครงการกว่า 1,000 คน ได้เดินทางไปชุมนุมยังโรงแรมเจ.บี.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรอยื่นหนังสือต่อนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 20.00 น. ชาวบ้านเดินทางมาถึงถนนจุติอนุสรณ์ ทางเข้าโรงแรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดกั้นทางเข้าด้วยแผงเหล็ก และระหว่างรอการเจรจา กำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าสลายการชุมนุม จนทำให้มีผู้ถูกจับกุมรวม 12 คน ก่อนมีการออกหมายจับชาวบ้านและนักศึกษาอีก 20 คน และถูกจับกุมในเวลาต่อมา







