
ราคาน้ำมันขาลงหนุนเศรษฐกิจ
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ออกรายงานประจำไตรมาสถึงภาพรวมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2015 จาก 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่เคยคาดการณ์ไว้ในรายงานเดือน ก.ค. เป็น 52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีนและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงอุปทานปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกมาได้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังคาดว่ายอดส่งออกน้ำมันจากอิหร่านจะเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรลงด้วย
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ออกรายงานประจำไตรมาสถึงภาพรวมตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก โดยปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันปี 2015 จาก 57 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ที่เคยคาดการณ์ไว้ในรายงานเดือน ก.ค. เป็น 52 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะจีนและกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงอุปทานปริมาณน้ำมันที่ผลิตออกมาได้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังคาดว่ายอดส่งออกน้ำมันจากอิหร่านจะเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรลงด้วย
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าราคาพลังงานโดยเฉลี่ยในปีนี้จะต่ำกว่าราคาเฉลี่ยในปี 2014 ที่ 43% ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไม่รวมพลังงาน ลดลง 5% ในไตรมาส 3 และคาดว่าราคาเฉลี่ยของปี 2015 อาจปรับลดลง 14% เมื่อเทียบกับปี 2014
ขณะเดียวกันปรากฏการณ์เอลนินโญก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงในมหาสมุทรแปซิฟิกส่งผลกระทบต่อราคาในตลาดโลก โดยราคาผลผลิตดังกล่าวปรับลดลงมากกว่า 2% ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะลดลง 13% สำหรับทั้งปี 2015
นอกจากนี้ ผลจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านก็ส่งผลต่อราคาพลังงานโลกเช่นกัน หากอิหร่านรอดพ้นจากการคว่ำบาตรจะสามารถผลิตน้ำมันได้เพิ่มขึ้น 5-7 แสนบาร์เรล/วัน โดยอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าช่วงที่ถูกคว่ำบาตรซึ่งผลิตได้เพียง 3.6 ล้านบาร์เรล/วัน
ทั้งนี้ การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่สูงมาก นับเป็นเรื่องดีที่จะทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อโลกมีไม่มากนัก
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 3% ซึ่งลดลงไม่มาก เพราะการส่งออกของไทยที่คาดว่าจะขยายตัวติดลบ 4% เป็นขยายตัวลบ 5% เนื่องจากตัวเลขการส่งออกที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศออกมา 9 เดือน การส่งออกขยายตัวติดลบไปแล้วถึง 4.9%
สำหรับเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวได้ดีขึ้น เนื่องจากการลงทุนภาครัฐมีการเบิกจ่ายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การเบิกจ่ายงบลงทุนปี 2558 อยู่ในระดับต่ำประมาณ 60% แต่จะมีงบเหลื่อมปีมาเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2559 จำนวนมาก เนื่องจากมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างแล้ว แต่เบิกจ่ายไม่ทันปีงบประมาณที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันงบประมาณปี 2559 มีงบลงทุนเพิ่มเป็น 20% ของงบประมาณรายจ่าย จากปีที่ผ่านมามีงบลงทุน 4.4 แสนล้านบาท เป็นกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเร่งเบิกจ่าย จะช่วยการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีหน้าอย่างมาก
นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว รวมถึงการบริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นชัดเจน การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขยายตัวได้มากกว่า 10% และเป็นการขยายตัวทั่วประเทศ ไม่ใช่ภาคใดภาคหนึ่งของประเทศเหมือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจเศรษฐกิจมากขึ้น ส่วนสำคัญมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
กฤษฎา กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ปัญหาภัยแล้ง แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวได้ดี เพราะรัฐบาลได้ติดตามและหามาตรการเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด สำหรับเรื่องการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะเก็บได้ตามเป้า 2.33 ล้านล้านบาท เนื่องจากมีการประมาณการจากการคาดการณ์ว่าจะได้จริง
วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือการเติบโตของเศรษฐกิจ จากผลลบจากสินค้าโภคภัณฑ์ราคาตกต่ำ ที่ทำให้แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระดับต่ำต่อไป กระทบกับรายได้ภาคชนบท ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ส่งผลให้แนวโน้มการบริโภคภาคประชาชนยังไม่สดใสนัก
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่บริบทใหม่ โดยศักยภาพขยายตัวมีแนวโน้มลดลง ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัดโครงการลงทุนและมีการส่งเสริมการลง ทุนภาคเอกชน ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องจะช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยได้







