posttoday
รวบแล้ว!ชายวิกลจริตทำร้ายหนุ่มออฟฟิศในคลิปดัง

รวบแล้ว!ชายวิกลจริตทำร้ายหนุ่มออฟฟิศในคลิปดัง

16 ตุลาคม 2558

ตำรวจสน.วังทองหลาง รวบ ชายวิกลจริต ทำร้ายประชาชน ย่านลาดพร้าว ในคลิปดัง ด้าน ผู้เสียหายเข้าชี้ตัวไม่เอาความ

ตำรวจสน.วังทองหลาง รวบ ชายวิกลจริต ทำร้ายประชาชน ย่านลาดพร้าว ในคลิปดัง  ด้าน ผู้เสียหายเข้าชี้ตัวไม่เอาความ

จากกรณีมีการโพสต์คลิปวิดีโอในเฟซบุ๊กและมีการแชร์ส่งต่อกันจำนวนมาก โดยเป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายคนจรจัดที่มีอาการทางประสาท ปรี่เข้าไปชกที่ใบหน้าชายพนักงานบริษัทที่เดินสวนมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จนเกิดการต่อสู้กันบริเวณริมถนนลาดพร้าว  บริเวณซอยลาดพร้าว 122-124 ทำให้ชายพนักงานถูกต่อยและเหยียบบนใบหน้าหลายครั้งจนเลือดอาบ ก่อนที่หนุ่มจรจัดจะเดินหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด 16 ต.ค. ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.วังทองหลางสามารถควบคุมตัวชายจรจัดที่ปรากฏตัวในคลิปวิดีโอได้แล้วแถวโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว 101เนื่องจากมีพลเมืองดีพบเห็นชายลักษณะคล้ายกับผู้ก่อเหตุเดินไปมาอยู่ที่โรงพยาบาลดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่าชายดังกล่าวชื่อนายธีรพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี  เป็นชาวเชียงราย มีอาการทางประสาท

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาสอบปากคำชายดังกล่าวเปิดเผยว่าจากการสอบสวน พบว่าชายคนดังกล่าวมีอาการไม่ปกติทางสมอง พูดจาวกไปวนมา แต่เบื้องต้นได้เชิญ นายสุรัตน์ จรูญไทสง อายุ 45 ปี ผู้เสียหายมาชี้ตัวผู้ต้องหาซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าชายคนดังกล่าวเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุ ซึ่งหลังจากนี้คงต้องดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมายในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความก็ตาม เนื่องจากได้ปรากฎหลักฐานการก่อเหตุไว้อย่างชัดเจน และหลังจากนี้เตรียมนำตัวผู้ต้องหาส่งไปยังโรงพยาบาลศรีธัญญา เพื่อให้วินิจฉัยอาการผิดปกติทางสมอง ซึ่งหากพบว่ามีอาการผิดปกติทางสมองจริงก็อาจจะพิจารณาลดหย่อนโทษได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นผู้ไม่ปกติทางสมอง โดยเบื้องต้นคาดว่าแพทย์จะทำการวินิจฉัยให้ทราบได้ภายใน 1-2วันนี้ ขณะเดียวกันอาจพิจารณาเอาผิดผู้ดูแลผู้ไม่ปกติหรือญาติพี่น้องในความผิดฐานปล่อยปะละเลยให้ บุคคลวิกลจริตนั้นออกเที่ยวไปโดยลำพัง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 373 ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ด้านนายสุรัตน์  ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายเปิดเผยว่าตนไม่ติดใจเอาความกับผู้ที่ก่อเหตุเนื่องจากทราบว่าเป็นผู้ไม่ปกติทางสมอง ซึ่งหลังจากนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินการ พร้อมฝากเตือนขอให้ประชาชนทั่วไปใช้ความระมัดระวังขณะเดินอยู่บนที่สาธารณะเพียงลำพังเนื่องจากภัยลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแลผู้ไม่ปกติให้ใช้ความระมัดระวังในการดูแลผู้ป่วยให้มากกว่านี้ไม่ให้ปล่อยออกมาทำร้ายประชาชนทั่วไปได้

ภาพ http://www.newsplus.co.th/81685

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก