
รมว.อุตฯลุยตรวจโรงงานกรุงเก่าเคมีรั่ว
โรงงานกรุงเก่าเคมีรั่ว พบสาเหตุจากเพลิงลุกไหม้จากห้องบำบัดมลพิษของโรงงานจนเกิดกลุ่มควันฟุ้งไปทั่วโรงงาน แต่ไม่ใช่สารเคมีรั่วไหล
โรงงานกรุงเก่าเคมีรั่ว พบสาเหตุจากเพลิงลุกไหม้จากห้องบำบัดมลพิษของโรงงานจนเกิดกลุ่มควันฟุ้งไปทั่วโรงงาน แต่ไม่ใช่สารเคมีรั่วไหล
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบสารเคมีรั่วจากโรงงานของบริษัทแมริกอท จิวเวลรี(ประเทศไทย)จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยาหลังเกิดเหตุสารเคมีรั่วอีกรอบต้องส่งคนงานกว่า 50 คนไปรักษาที่โรงพยาบาลเร่งด่วนว่า จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการระเบิดหรือการรั่วไหลของสารเคมี คงมีเพียงท่อบำบัดมลพิษหรือที่เรียกว่าท่อพีพี( Plastic Pipes ) ที่อยู่ในห้องบำบัดมลพิษและเป็นห้องชุบโลหะซึ่งท่อพีพีขนาดใหญ่ถูกเพลิงไหม้ เพราะคนงานก่อสร้างที่กำลังปรับปรุงอาคารให้ห้องดังกล่าวทำประกายไฟไปติดท่อพีพีจนเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้น และเกิดการฟุ้งของการเผาไหม้ท่อพีพีเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยามีโรงงานที่ขึ้นทะเบียนใช้สารเคมีอันตราย 74 โรงงาน ซึ่งโรงงานนี้ไม่อยู่ในกลุ่มโรงงานที่ใช้สารเคมีอันตราย
ด้านนายทวี นริสศิริกุล รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้ดำเนินการ 4 ขั้นตอน 1.ตรวจสอบที่เกิดเหตุแสวงหาข้อเท็จจริงของสาเหตุของเหตุการณ์ 2.ช่วยเหลือคนงานที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งปัจจุบันพบว่าคนเจ็บที่ต้องนอนรักษาตัวที่ รพ. ยังมีอยู่ 12 ราย แยกเป็นคนงานที่เข้า รพ.เมื่อวันที่ 15 ก.ค. จำนวน 9 ราย และเข้ารพ.เมื่อวันที่ 16 ก.ค. อีก 3 ราย ค่าใช้จ่ายโรงงานรับผิดชอบทั้งหมด 3.ปิดกั้นห้องที่เกิดเหตุเพื่อให้โรงงานแก้ไขปรับปรุงให้ปลอดภัย และ4.เร่งทำประชาสัมพันธ์ข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะพ.ต.อ.ธนภณ โพธิสุข ผกก.สภ.บางปะอิน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วินัย สืบหิรัญ รอง ผกก.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เร่งสอบพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ใดเพราะต้องรอผลการตรวจสอบสอบที่เกิดเหตุของตำรวจวิทยาการและรายงานผลทางการแพทย์ของ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมมลพิษ และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เสียก่อนอย่างไรก็ตามพบว่ามีรายงานคนงานของบริษัทเสียชีวิต 1 ราย ชื่อ นานมาโนช ขอบางกลาง อายุ 28 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 97 ม.8 ต.พลสงคราม อ.โนนสูงจ.นครราชสีมา โดยพบว่าเมื่อวานได้มาทำงานปกติและไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่ถูกนำส่ง รพ.เมื่อวานนี้ และหลังเกิดเหตุกลับบ้านพัก จนกระทั่งเวลา 05.00 น. วันนี้เกิดอาการแน่นหน้าอกและภรรยานำส่ง รพ.บางปะอิน จนกระทั่งเสียชีวิตในช่วงเช้า และนำศพส่ง รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต ผลการตรวจสอบของแพทย์ยังไม่ระบุว่าเสียชีวิตเพราะเหตุใดที่แน่ชัด
พ.ต.ท.สมพิศ เสียงสวัสดิ์ รอง ผกก.วิทยาการเขต 12 กล่าวว่า ในท่อพีพีซึ่งเป็นท่อส่วนประกอบการการบำบัดพลมลพิษของโรงงาน โดยทำหน้าที่เก็บกรองฝุ่นละอองและการฟุ้งกระจายของเคมีต่าง ๆที่เกิดจากกระบวนการผลิตไม่ว่าจะเป็นการการชุบหรือการผลิตอื่นๆโดยในห้องดังกล่าวก็มีการใช้เคมีมากกว่า 20 ชนิด และเมื่อจะมีการปรับปรุงห้องดังกล่าวก็มีการนำเอาสารเคมีไปจากห้องทั้งหมดแล้ว คงเหลือแต่การฟุ้งกระจายของฝุ่นเคมีภายในท่อเท่านั้นเมื่อเกิดประกายไปไปตกที่ท่อที่เป็นพรากสติก ทำให้เกิดไฟลุกไหม้พรึบเดียวในท่อซึ่งฝุ่นสารที่ฟุ้งในท่อที่ติดไปได้เชื่อว่าเป็นกลุ่มสารไฮโครคาร์บอนเมื่อลุกไหม้ ควันก็ฟุ้งกระจายไปเข้าท่อระบายอาการและกระจายไปนอกห้องอย่างรวดเร็วซึ่งสารในกลุ่มนี้ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิตในทันที เพราะการลุกไหม้เกิดจากฝุ่นของสารเคมีในท่อเท่านั้นไม่ได้ลุกไหม้จากสารต้นต้นของกระขวนการผลิต ส่วนกลิ่นที่สูดดมเข้าไปและหายใจไม่ออกส่วนใหญ่เป็นกลิ่นของการเผาไหม้ของท่อมากกว่า
นายพิพัฒน์ นพทีปกังวาน ผอ.ศูนย์ความปลอดภัยแรงงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การวัดค่าสารตกค้างในที่เกิดเหตุและห้องใกล้ที่เกิดเหตุพบสารตกค้างของสารเคมีในกลุ่มไฮโครคาร์บอน และ สารในกลุ่มเบนซีน ซึ่งมีค่าประมาณ 1.4 มิลลิกรัม/ลิตร ถึงจะไม่เกินค่ามาตรฐานแต่ก็ถือว่าไม่เป็นผลดีต่อร่างกายมนุษย์ซึ่งต้องมีการปรับปรุงให้ปลอดภัยกว่านี้ ส่วนที่การวัดค่าสารตกค้างในห้องที่เกิดเหตุมีค่าน้อยกว่าห้องใกล้เคียง อาจเป็นเพราะว่าเมื่อเกิดการลุกไหม้และเกิดกลุ่มควันจำนวนมาก เครื่องดูดอากาศได้ดูดอากาศจากห้องดังกล่สวและรั่วไหลเข้าไปนังท่อระบายอาการของโรงงานจนกระจายควันดังกล่าวไปในหลายห้องของโรงงาน







