
หยวน
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานข่าวหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว โดยจีนจะมีการเปิดขายพันธบัตรออฟชอร์ในรูปสกุลเงินหยวนที่ตลาดลอนดอนเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นการออกพันธบัตรในสกุลเงินหยวนนอกจากที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรก
เมื่อวานนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้รายงานข่าวหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว โดยจีนจะมีการเปิดขายพันธบัตรออฟชอร์ในรูปสกุลเงินหยวนที่ตลาดลอนดอนเป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นการออกพันธบัตรในสกุลเงินหยวนนอกจากที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรก
จากความเคลื่อนไหวครั้งนี้พอบอกได้ว่า ประการแรกก็คือ จีนพยายามที่จะส่งเสริมสถานะของเงินหยวนอย่างเต็มที่ในตลาดต่างประเทศ และสอง ลอนดอนน่าจะเป็นศูนย์กลางของเงินหยวนในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดนอกจากฮ่องกงและสิงคโปร์ครับ
สำหรับเรื่องการส่งเสริมสถานะของเงินหยวนนั้น จะเห็นได้ว่าในปีนี้จีนมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่งยวดที่จะส่งเสริมสถานะของเงินหยวน พยายามปัดฝุ่นล้างน้ำอย่างเต็มที่ โดยมีโจทย์สำคัญก็คือ จะทำอย่างไรให้เงินหยวนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเงินที่ถูกแทรกแซง กลายมาเป็นเงินที่ทั่วโลกยอมรับ
ถือว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเอาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการผลักดันให้เงินหยวนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในสกุลเงินหลัก
ของตะกร้าเงินต่างประเทศของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือที่เรียกว่า เอสดีอาร์ ซึ่งในขณะนี้มีเพียงเงินเหรียญสหรัฐ ปอนด์อังกฤษ เงินยูโรของยุโรป และเงินเยนของญี่ปุ่นเท่านั้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การที่ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราอ้างอิงแลกเปลี่ยนเงินหยวนรายวันลง จนทำให้เกิดการสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเมื่อเดือน ส.ค.นั้น จีนบอกว่าเป็นความพยายามที่จะทำให้หยวนอิงกับกลไกตลาดรายวันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่แน่ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจีนนั้นได้รับการยอมรับมากแค่ไหน
ที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจีนจะพยายามปรับค่าเงินหยวนมากเท่าไหร่ ก็ยังไม่สามารถทำให้ทั่วโลกเชื่อใจได้มากนัก อย่างเช่นการลดค่าเงินหยวนที่ผ่านมานั้นก็ถูกมองว่าเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับการส่งออกของจีนเท่านั้น และเป็นการปรับค่าเงินหยวนให้ลดลง เนื่องจากที่ผ่านมานั้นหยวนได้แข็งค่ามากเกินไป เนื่องจากจีนได้นำหยวนไปผูกติดไว้กับค่าเงินสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น การที่จีนบอกว่าพยายามที่จะให้ค่าเงินหยวนเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกตลาดมากขึ้นนั้น จึงไม่ได้รับความน่าเชื่อถือเท่าไหร่
อีกทั้งคำถามสำคัญก็คือ ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนซบเซา และการค้าโลกที่ซบเซาอย่างหนักเช่นนี้ บทบาทของเงินหยวนในการค้าโลกก็อาจจะถูกลดความสำคัญลงตามไปด้วยเช่นกัน ในเมื่อการค้าขายระหว่างจีนและโลกนั้นลดปริมาณลงอย่างมากในปีนี้
โดยเฉพาะบรรดาประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ทำการค้าการขายกับจีนเป็นปริมาณมหาศาล ในปีนี้กำลังเจ็บกันอย่างหนัก เพราะการค้ากับจีนทรุดตัวหนักหลังจากความต้องการสินค้าจากจีนนั้นลดลงอย่างรุนแรง ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อหยวนด้วยเช่นกันครับ







