
แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ฉบับที่ 12 กับความอยู่รอดของผืนป่า สัตว์ป่า ประเทศไทย
โดย...ภาณุเดช เกิดมะลิ
โดย...ภาณุเดช เกิดมะลิ
“พอ ศอสองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่า ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอน ถามว่าสุกรนั้นคืออะไร (ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด) สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดา หมาน้อย หมาน้อยธรรมดา…”
เพลงผู้ใหญ่ลี เป็นเพลงที่แต่งขึ้นเมื่อปี 2504 โดยคุณพิพัฒน์ บริบูรณ์ เพื่อล้อเลียนรัฐบาลสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ได้มีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504-2509) เพื่อยกมาตรฐานรายได้และความเป็นอยู่ของคนในประเทศให้สูงขึ้น โดยการระดมใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศมาเป็นฐานการผลิตให้ได้มากที่สุด
แต่ในขณะเดียวกันหากพิจารณาเนื้อหาของเพลงผู้ใหญ่ลี จะพบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน ส่งผลให้การสื่อสารจนมาถึงการทำงานระหว่างผู้กำหนดนโยบายกับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติเกิดปัญหาขึ้น
จากการจัดทำข้อมูลสถานการณ์ป่าไม้ไทยของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร พบว่า ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดลงมากที่สุด เนื่องจากการให้สัมปทานป่าไม้และพื้นที่ป่าถูกนำมาปลูกพืชเศรษฐกิจ และจากกระบวนการพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจฯ ของประเทศ ทำให้พื้นที่ป่าในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ที่ 31.62% ในปี 2557 หรือ 163,656.64 ตารางกิโลเมตร
การลดลงของพื้นที่ป่าในประเทศ ทำให้เกิดภัยจากธรรมชาติส่งผลกระทบต่อผู้คนโดยตรง เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง การกัดเซาะชายฝั่งทะเล สภาพอากาศและฤดูกาลเปลี่ยนไป ทำให้รัฐต้องมากำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในเรื่องการฟื้นฟูดูแลทรัพยากรและการป้องกันภัยธรรมชาติ เช่น การเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 40% เมื่อสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ในปี 2559 หรือการเพิ่มขีดความสามารถของประชาชนในการปรับตัวเพื่อรองรับผลกระทบจากภัยพิบัติ ฯลฯ
แต่จนถึงวันนี้ผู้ใหญ่ลียังเข้าใจทางการที่สั่งมาว่า...แล้วหรือยัง? ผมคงตอบว่าดูได้จากตัวอย่างตัวเลขพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ในปัจจุบันกับตัวเลขเป้าหมายที่ปัจจุบันเราควรจะมีอีก 2 ปีข้างหน้า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 จะประกาศใช้ไปอีก 4 ปี (พ.ศ. 2560-2564)
แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปได้ถึงฝั่งฝันอันเป็นจุดหมายปลายทางกันได้หรือไม่ ในเมื่อผู้ใหญ่ลียังมึนงงและสับสนกับทางการเขาสั่งมาว่า...
การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่จะต้องฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยให้ได้ 36% เมื่อสิ้นสุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ปี 2564 คนในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ จึงออกมาโวยว่าทำไม่ได้ ถ้าในระบบธุรกิจ นายจ้างคงสั่งปลดพนักงานที่ไม่สามารถทำยอดได้ตามเป้าของบริษัท (นี่ขนาดปรับลดจากเป้าหมายในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ถึง 4% แล้ว)
แต่ระบบราชการ (ไทย) คงไม่ได้ง่ายอย่างนั้น แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะ แต่เป็นผมคงต้องคิดว่าจะส่งมอบงานให้ผู้ใหญ่ลีเอาไปตีกลองประชุม ผู้ใหญ่ลีจะทำได้ไหม ปัญหาอาจจะไม่ใช่ที่ตัวผู้ใหญ่ลีทั้งหมด แต่ทางการให้ความสำคัญกับผู้ใหญ่ลีแค่ไหนมากกว่าครับ โปรดอย่าเห็นผู้ใหญ่ลีเป็นเรื่องตลก แต่อยากให้ทบทวนครับ
1.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่าประเทศไทยที่ผ่านมาชัดเจน มีการจัดการที่ต่อเนื่องและเป็นเอกภาพแล้วหรือยัง เพราะนโยบายมักจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามการเมือง กระแสการพัฒนา หรือจากกระแสสังคม เช่น การออกพระราชบัญญัติเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ที่สามารถยกเลิกการใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการป่าไม้ทุกฉบับในการดูแลคุ้มครองพื้นที่ป่า
การอนุญาตเอกชนมีสิทธิเช่าพื้นที่ป่าไม้เพื่อดำเนินกิจการต่างๆ ได้ การนำพื้นที่ป่าไปออกเอกสารสิทธิส่วนบุคคล การอนุมัติให้สร้างเขื่อนในพื้นที่ป่า ฯลฯ หากทางการยังไม่ชัดเจน คลุมเครือ แล้วจะไปเรียกร้องให้
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทำงานได้อย่างไร แค่จะรักษาพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ตอนนี้ (31.62%) ยังนับว่ายากเต็มที
2.ทางการได้พยายามให้ความสำคัญกับคนทำงานแค่ไหน ทั้งที่เป็นผู้มีความเสี่ยงชีวิตที่จะปะทะกับผู้กระทำผิดกฎหมายที่มาขโมยปล้นชิงทรัพยากรของชาติ สวัสดิการไม่มี สวัสดิภาพไม่มี รับเพียงค่าจ้างรายวัน แล้วจะให้เขาเหล่านั้นทำหน้าที่รักษาป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร
3.การแก้ไขปัญหาชุมชนดั้งเดิมในป่าด้วยการย้ายออกจากป่า ทำได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมามติ ครม.แก้ปัญหาคนกับป่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นหน้าเห็นหลัง เสียภาษีไปทำไม่รู้กี่หมื่นล้านบาท หันหน้ามาสร้างกระบวนการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครอง อันเป็นแนวทางที่คนสามารถอยู่ร่วมกับผืนป่าและสัตว์ป่าได้อย่างยั่งยืนน่าจะเป็นทางออกได้
สุดท้ายที่อยากจะขอฝาก คือทำอย่างไรให้ผู้ใหญ่ลีของผมมาคุยกับพวกผมให้รู้เรื่องก็แล้วกันครับ







