
ออกหมายจับ 2 จำเลยเบี้ยวฟังคดีแชร์บลิชเชอร์
ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแชร์บริษัทบลิชเชอร์ จัดสรรวันพักผ่อน เป็นวันที่ 23 พ.ย. นี้ พร้อม ออกหมายจับ 2 จำเลยเหตุไม่มาศาล
ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแชร์บริษัทบลิชเชอร์ จัดสรรวันพักผ่อน เป็นวันที่ 23 พ.ย. นี้ พร้อม ออกหมายจับ 2 จำเลยเหตุไม่มาศาล
วันที่ 14 ต.ค. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท บลิสเชอร์ อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด น.ส.อังสุนีย์ พัฒนานิธิ อดีตกรรมการบริษัท น.ส.ปัรจวรรณ เบญจมาศมงคล อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้ถือหุ้น นายแสงทอง แซ่กิม อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทและพนักงานฝ่ายขายอิสระ และนายอรรณพ หรืออาร์ต กุลเสวตร์ อดีตผู้จัดการสาขาศูนย์สีลม ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.ก.ว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
จากกรณีเมื่อปี 2535 ถึง 2536 บริษัทบลิสเชอร์ ซึ่งประกอบธุรกิจจัดสรรวันพักผ่อน หรือไทม์แชริ่ง โฆษณาชักชวนประชาชนให้สมัครสมาชิกใช้บริการที่พักฟรีตามสถานที่พักตากอากาศ หรือ โรงแรมที่บริษัทจัดไว้ให้ เป็นเวลา4 วัน 4 คืน นาน 20 ปี โดยจะต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิกและเงินบำรุง และหากหาสมาชิกเพิ่มจะได้ค่าตอบแทนซึ่งเงื่อนไขการจ่ายค่าตอบแทนดังกล่าว เป็นการกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และกระทรวงการคลังตรวจสอบพบว่าไม่มีการประกอบกิจการจริง โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อ24,189 ราย มูลค่าความเสียหาย 826,266,000 บาท
ซึ่งศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาจําคุกน.ส.อังสุนีย์ นายแสงทอง และนายอรรณพจําเลยที่ 2, 4 และ 5 ซึ่งเป็นกรรมการที่มีอํานาจในบริษัทฯ ฐานฉ้อโกงประชาชน รวม 24,189 กระทง จำคุก 120,945 ปี แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้วให้จําคุกจําเลยทั้ง 3 ได้ไม่เกิน 20 ปี และยกฟ้องจำเลยที่เหลือ ซึ่งน.ส.อังสุนีย์ และ นายแสงทอง จำเลยที่ 2 และ 4 ยื่นอุทธรณ์ ส่วนนายอรรณพ จำเลยที่ 5 ขอรับโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นขณะที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น พร้อมออกหมายจับน.ส.อังสุนีย์ และ นายแสงทอง จำเลยที่ 2 และ 4 เนื่องจากไม่มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
เมื่อถึงเวลานัดในวันนี้น.ส.อังสุนีย์ และ นายแสงทอง จำเลยที่ 2 และ 4 ไม่มาศาล ศาลจึงให้ออกหมายจับอีกครั้งเพื่อนำตัวมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา และนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 23 พ.ย. นี้ เวลา09.00น.







