posttoday
พท.เผชิญคลื่นใต้น้ำ สลัดแอก-ชิงการนำ

พท.เผชิญคลื่นใต้น้ำ สลัดแอก-ชิงการนำ

16 กรกฎาคม 2553

เมื่อโอกาสกำลังมาถึงจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อโอกาสกำลังมาถึงจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์

โดย...ทีมข่าวการเมือง 

พท.เผชิญคลื่นใต้น้ำ สลัดแอก-ชิงการนำ

บิ๊กเพื่อไทยเชื่อว่าพรรคของอภิสิทธิ์จะถูกยุบแน่ไม่เกินปีนี้ และจะเกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง “อำนาจรัฐ” อาจพลิกขั้วกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

ความวุ่นวายในพรรคเพื่อไทยจึงระเบิดขึ้น ไม่ใช่แค่ “แนวโน้มโอกาส” ที่อาจมีการเปลี่ยนขั้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมจัดทัพ ปรับองค์กรเตรียมรับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในภายในปีครึ่งนี้  

ลูกพรรคเพื่อไทยจึงออกโรงกดดันคณะผู้บริหารให้มีการปรับโครงสร้างพรรคครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเก้าอี้หัวหน้าพรรคที่ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีความชัดเจน ไม่ใช่ให้ “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” สวมบท “หน้าม้านอมินี” เป็นหัวหน้าพรรคจนถึงใกล้เลือกตั้ง

เหตุผลที่ต้องการให้มี “หัวหน้าพรรค” ก็เพื่อให้มี “ผู้นำตัวจริง” นำทัพลงพื้นที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อที่ประชาชนจะได้รู้ว่าใครจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ในขั้วเสื้อแดง และให้เห็นว่าในฐานะเป็นพรรคอันดับหนึ่งมีความพร้อมที่จะบริหารประเทศ

แต่ลึกๆ คือความเคลื่อนไหวของ สส.แต่ละมุ้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามือวางเก้าอี้นายกฯ ขณะนี้ไม่ว่า มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ใครจะได้เป็นตัวจริง

พรรคเพื่อไทยตั้งแท่นรอเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง วันนี้ความฝันกำลังเดินทางมาถึง นานสุดไม่เกินปีครึ่งจากนี้ที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหญ่ เนื่องจากสภาจะครบวาระ 4 ปี ปลายเดือน ธ.ค.

ทุกความเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทยจึงอลหม่าน วุ่นวาย ภายในเต็มไปด้วยระลอกคลื่นที่รุนแรง แม้แต่น้องทักษิณ “พายัพ ชินวัตร” ก็ยังถูกกระแทกจนเกือบจมน้ำ เมื่อบรรดา สส.รุ่นดึกภาคอีสานไม่พอใจ “น้องนายใหญ่” ที่ดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด ตัดท่อน้ำเลี้ยง ให้ สส.ใช้เงินตัวเองไปก่อน และโหนกระแสทักษิณ รวมทั้งกรณี “ศพ” จากเหตุการณ์ชุมนุมมาใช้หาเสียง  

สนิมเนื้อในแตกสะเก็ด กระทั่งในงานสัมมนา สส.ภาคอีสานเพื่อเคลียร์ใจระหว่างพายัพกับลูกพรรคภาคอีสาน บรรดาคีย์แมนถิ่นที่ราบสูงของเพื่อไทยนำโดย สส.กลุ่มอีสานพัฒนา ยังก่อหวอดเป็นคลื่นใต้น้ำประท้วงพายัพ และคุณตุ๋ย “ถุงเงิน” จากค่ายจีเน็ต ล็อบบี้ สส.ที่เป็นแกนนำจังหวัดไม่ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อตอบโต้ หลังจากอีกฝั่งขู่ว่าใครไม่เข้าร่วมจะถูกขึ้นบัญชีดำไม่จ่ายเงินเดือนให้

อีกด้าน สส.อีสานบีบให้พายัพกระจายอำนาจการบริหารพรรค โดยกดดันให้ปรับโครงสร้างพรรคใหม่ ผ่าอีสานออกเป็นโซนต่างๆ ประกอบด้วย อีสานเหนือ อีสานใต้ อีสานกลาง อีสานตะวันออก ทุกกลุ่มจังหวัดจะมีหัวหน้ากลุ่มเพื่อถ่วงดุล ไม่ให้ใครมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในภาคอีสาน ป้องกันการเล่นพรรครักพวก ดึงก๊วนตัวเองมาลงสมัคร สส. แต่ระดับน้องทักษิณ ฤาจะยอมให้ลูกพรรคมากดดัน

“การสัมมนาครั้งนี้ ถ้ามีการโต้แย้งที่มีเหตุผล ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การโต้แย้งที่ปราศจากทิศทาง เป็นการทำลายความสามัคคี” พายัพ กล่าวตอนหนึ่ง ก่อนจะยืนยันว่าจะยังไม่อัดฉีดท่อน้ำเลี้ยง

“เวลาต้นไม้กำลังออกดอกออกผล สังเกตได้ว่าต้นไม้ก็จะถูกความกดดันสารพัด ขาดน้ำ ปุ๋ย แสดงว่าต้นไม้ของท่านทักษิณที่กำลังปลูกไว้กำลังจะเจริญงอกงาม ออกดอกออกผลอันยิ่งใหญ่ ท่านไม่ต้องตกใจ ถ้าเราใช้น้ำ ปุ๋ย ต้นไม้ของเราจะไม่ออกดอกออกผล นี่คือความกดดันทุกด้าน ที่สำคัญในการต่อสู้กับความสำเร็จไม่ใช่เงินทอง อำนาจ แต่เป็นความจริงใจตั้งใจ สามัคคีที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน”

ปัญหาภาคอีสานที่ระส่ำหนัก จนบรรดาบิ๊กๆ หัวใจแดงทั้งหลายอดห่วงไม่ได้ว่า ถ้าไม่รีบจัดการปัญหาก็อาจเปิดช่องให้ เนวิน ชิดชอบ แห่งภูมิใจไทย ที่กำลังทุ่มทุนอัดฉีดงบประมาณใส่ภาคอีสานไม่ยั้งช่วงชิงที่นั่งไปได้ เพราะภาคอีสานถือเป็นพื้นที่ชี้ขาด ใครยึดที่นั่งได้โอกาสเป็นรัฐบาลในอนาคตสูง ความแตกแยกในพรรคเพื่อไทยจึงบั่นทอนความสามัคคี โดยเฉพาะปัญหาใหญ่คือ ตำแหน่งหัวหน้าพรรค แน่นอนเก้าอี้ตัวนี้ใครได้เป็นย่อมหมายถึงโอกาสที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอยู่แค่เอื้อม

ยิ่งนานวัน ในพรรคยิ่งแบ่งชัดออกเป็น 2 กลุ่มความคิด เป็น 2 กลุ่มที่หนุน “มิ่งขวัญ” กับ “บิ๊กเหลิม”

“มิ่งขวัญ” ได้ยาดีจากซีกชินวัตร ด้วยจุดเด่นเรื่องภาพลักษณ์ใสซื่อ ไม่เกี่ยวข้องทุจริตคอร์รัปชัน ประนีประนอม ได้รับการยอมรับจากภาคธุรกิจ เคยเป็นผู้นำองค์กรที่ประสบความสำเร็จ ทั้งโตโยต้า อสมท สมัยเป็น รมว.พาณิชย์ ก็ปั่นราคาข้าวถูกใจชาวนามาแล้ว

แรงหนุนส่วนใหญ่นอกจากชินวัตรแล้ว ยังได้ก๊วนหญิงหน่อยจาก กทม. กลุ่ม สส.เหนือ และกลุ่มอีสานพัฒนาบางส่วน แต่จุดอ่อนของมิ่งขวัญก็คือ บุคลิกที่เป็นจุดแข็งตัวเอง นั่นคือการประนีประนอมมากเกินไปจนถูกมองว่าอ่อนปวกเปียก ไม่มีภาวะผู้นำ

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม มีจุดเด่นกับการเรียกมวลชนได้ดี ดังที่ “ประเกียรติ นาสิมมา” ฝ่ายกฎหมายพรรคซึ่งสนับสนุนมิ่งขวัญ อธิบายตัวตนบิ๊กเหลิมไว้ว่า “ท่านเป็นนิวเคลียสที่สามารถดึงคนมาร่วมฟังการปราศรัย แต่ท่านอาจจะขาดการสนับสนุนจากสังคมหลายภาคส่วน”

ซึ่งจุดอ่อนของ ร.ต.อ.เฉลิม ก็เช่นกันคือ จุดแข็งที่เป็นเหมือนแกงเผ็ด ซึ่งจะทำให้บรรยากาศบ้านเมืองในยุคที่เข้าสู่การปรองดองสมานฉันท์ หาก ร.ต.อ.เฉลิม ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ สังคมก็จะระอุไปด้วยการตอบโต้ ความขัดแย้ง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

โครงสร้างของพรรคที่เป็นเหมือน “บริษัท เพื่อไทย” มีคนในตระกูลคอยดูแลกงสีไม่ให้ลูกพรรคมีอำนาจมาก กลัวจะเสียอำนาจการปกครอง ซึ่งอดีตบิ๊ก “ไทยรักไทยพลังประชาชนเพื่อไทย” เคยเสนอว่า หากจะให้พรรคเป็น “สถาบันทางการเมือง” เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ต้องปรับระบบใหม่ให้สมาชิกพรรคมีอำนาจตัดสินใจ
จะสำเร็จแค่ไหน แต่สำหรับคนชินวัตรบอกว่ายังไม่จำเป็น ไว้รอใกล้เลือกตั้งก่อน เพราะถ้าตัดสินใจเลือกใครในวินาทีนี้ก็อาจทำให้บิ๊กบางคนผิดหวังจนกลายเป็นหอกข้างแคร่ที่คอยทิ่มแทงทำลายพรรคตัวเอง เพราะเวลานี้พรรคเพื่อไทยก็ทะเลาะ หงุดหงิด ไม่พอใจข้ามกลุ่มเป็นปัญหาสารพัดอยู่แล้ว จะมาเพิ่มปัญหาใหญ่อีกทำไม

โดยเฉพาะปมสำคัญระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กับ มิ่งขวัญ ที่ทั้งคู่ก็ไม่ญาติดีกันอยู่แล้ว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69