posttoday

‘นาโนไฟแนนซ์’ ดันเศรษฐกิจไม่ขึ้น

07 ตุลาคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

มาตรการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย หรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เป็นมาตรการที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ โดยพยายามเร่งเข็นออกมาตั้งแต่การเข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ และเริ่มดีเดย์มาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา

เป้าหมายสำคัญของนาโนไฟแนนซ์ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ประมาณว่ามีอยู่ถึง 6 แสนครัวเรือน นอกจากนี้ยังช่วยครอบครัวที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนประเภทอื่นอีก 1.34 ล้านครัวเรือน รวมกันแล้ว
จะเป็นประโยชน์ให้มีการเข้าถึงแหล่งเงินทุนถึง 2 ล้านครัวเรือน

เงื่อนไขการปล่อยกู้ของนาโนไฟแนนซ์ ในส่วนของผู้ประกอบการมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ปล่อยกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 36% ต่อปี คือ บุคคลธรรมดาไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีสลิปเงินเดือน มีความสามารถในการชำระหนี้ กู้ได้ไม่เกิน 1 แสนบาท โดยไม่มีหลักประกัน

การเปิดตัวโครงการเมื่อต้นปีจนถึงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้สนใจขออนุญาตให้บริการนาโนไฟแนนซ์ 24 ราย และมีผู้ขอข้อมูลแต่ยังไม่ได้ยื่นขออีกถึง 70 ราย แสดงให้เห็นว่ามีผู้สนใจปล่อยกู้จำนวนไม่น้อย

ในส่วนของผู้ที่ยื่น 24 ราย แบ่งออกเป็นผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการแล้ว 15 ราย ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งให้บริการได้จริงแล้ว ซึ่งถือว่ายังเป็นจำนวนที่น้อย ส่วนผู้ยืนอีก 9 ราย อยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง

ผลการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ที่ผ่านมาเกือบ 1 ปี คืบหน้าน้อยมาก ปล่อยกู้ได้จำนวนไม่กี่ราย ยอดการปล่อยกู้อยู่ที่หลักกว่า 10 ล้านบาทเท่านั้น

สาเหตุของการปล่อยกู้น้อย มีหลายด้าน อันดับแรก ผู้ปล่อยกู้มีคนสนใจมากจริงแต่ยังไม่ขออนุญาตดำเนินการ ในส่วนผู้ที่ได้รับอนุญาตดำเนินการแล้ว ก็สามารถดำเนินการได้จริงไม่หมด เพราะต้องทำระบบจัดหาพนักงานในการดำเนินการ ที่สำคัญผู้ประกอบการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นในเมืองใหญ่ คือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้ปล่อยกู้ในเขตพื้นที่ในจังหวัดของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้กระจายไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ และมีความต้องการสินเชื่อจากนาโนไฟแนนซ์จำนวนมาก

นอกจากนี้ การปล่อยกู้ของผู้ประกอบการก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสียตามมา ถึงแม้จะคิดอัตราดอกเบี้ยได้สูง แต่การปล่อยกู้โดยไม่มีหลักประกันก็ทำให้ต้องคิดหนัก ทำให้การปล่อยกู้ทำ
ได้ช้า เพราะผู้ปล่อยกู้ต้องแน่ใจว่าการปล่อยกู้จะไม่เป็นหนี้เสียทำให้บริษัทเสียหายในภายหลัง

สำหรับปัญหาของผู้กู้มีอยู่มาก เศรษฐกิจที่ไม่ดีรายได้ลดลง ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย ทำให้เป็นอุปสรรคในการปล่อยกู้ นอกจากนี้ที่ผ่านมามีหนี้สินจำนวนมากหลายที่ ทำให้หมดความสามารถในการก่อหนี้เพิ่ม ส่งผลให้ไม่สามารถกู้จากนาโนไฟแนนซ์ได้

ขณะเดียวกันยังมีปัญหาใหญ่ ประชาชนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับมาตรการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ โดยคิดว่าเป็นเงินของรัฐบาลที่จะให้เปล่ากับประชาชน จึงมีหลายคนไปต่อว่ากับบริษัทนาโนไฟแนนซ์ที่เปิดให้บริการจำนวนมาก ว่าไม่ยอมให้เงินกับประชาชน สอดคล้องกับการร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของ ธปท. ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ มีผู้ร้องเรียน
เข้ามา 1.4 รายการ ในจำนวนนี้ 1.3 หมื่นรายการ หรือ 93.9% เป็นการร้องเรียนเรื่องการให้บริการเรื่องสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ แสดงให้เห็นว่ายังมีประชาชนที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้อีกจำนวนมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ส่งผลให้มาตรการ
สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย หากคิดยอดผู้ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนตอนนี้ยังไม่ถึง 1% ของเป้าหมาย 2 ล้านคน ที่เป็นหนี้นอกระบบและเข้าถึงการกู้ยืมในช่องทางการเงินอื่น ส่งผลให้เป้าหมายที่จะให้นาโนไฟแนนซ์เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยหวังให้มีการใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจจึงยังไม่สัมฤทธิผล

สำหรับการเข็นนาโนไฟแนนซ์ในระยะต่อไปก็ยังเป็นเรื่องยาก ตราบใดที่เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน ยิ่งธนาคารโลกออกมาบอกว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องซึมยาวอย่างน้อยอีก 2-3 ปี ขยายตัวได้ที่ประมาณ 2% ยิ่งทำให้การปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ไม่ออกมากเท่านั้น

เพราะหากดูการปล่อยกู้ปกติของธนาคารพาณิชย์ที่มีระบบเข้มแข็ง มีสาขาจำนวนมาก ยังไม่กล้าปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์รายละ 2 แสนบาท เพราะเห็นว่ามีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย ไม่คุ้มการลงทุนปล่อยกู้ แล้วกับการปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ที่ผู้ประกอบการมีระบบการปล่อยกู้ที่เทียบไม่ได้เลยกับธนาคารพาณิชย์ ลูกค้าที่มีความเสี่ยงมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์จะเจอทางตัน แม้ว่ารัฐบาลเปิดตัวอย่างคึกคัก แต่ยอดสินเชื่อที่ปล่อยได้จริงกับน้อยมาก ไม่ได้มีผลอะไรต่อเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ตอนนี้ให้ดีขึ้น ถือว่าผิดแผนและพลาดเป้าหมายจากที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้มาก

ส่วนการหวังว่านาโนไฟแนนซ์จะมาแทนเงินกู้นอกระบบ ดูไปแล้วก็ยังไม่สามารถทดแทนกันได้ แค่เป็นอีกทางเลือกให้กับลูกหนี้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

EEC-UTA ปลดล็อกอู่ตะเภา ไม่รอรถไฟ 3 สนามบิน เริ่มสร้าง เม.ย. นี้