posttoday
คำสั่งคสช.กรธ.ตั้งกุนซือได้9 คน

คำสั่งคสช.กรธ.ตั้งกุนซือได้9 คน

06 ตุลาคม 2558

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งคสช.ให้กรธ.ตั้งกุนซือได้ไม่เกิน 9 คน เบี้ยประชุมครั้งละ 4,000 บาท สปท.ตั้งผู้ช่วยได้ไม่เกินคนละ 3 ราย

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งคสช.ให้กรธ.ตั้งกุนซือได้ไม่เกิน 9 คน เบี้ยประชุมครั้งละ 4,000 บาท สปท.ตั้งผู้ช่วยได้ไม่เกินคนละ 3 ราย    

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 34/2558 เรื่องการอํานวยความสะดวกในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้

“ตามที่มีประกาศคณะรักษาความความสงบแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ นั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถมีที่ปรึกษา ผู้ช่วยปฏิบัติงาน คณะอนุกรรมการและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ได้ตามความจําเป็นซึ่งยังไม่เคยมีกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้มาก่อน จึงสมควรวางมาตรการเพื่ออํานวยความสะดวกในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญและการเตรียมการอื่น ๆ เช่น การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การเตรียมการเกี่ยวกับการลงประชามติ การจัดทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ อันจะทําให้กระบวนการทั้งหลายดําเนินไปได้ตามเวลาที่กําหนดหรือเร็วขึ้นสมประโยชน์และสอดคล้องกับการปฏิรูปการเมืองการปกครองตามแผนและขั้นตอน (Roadmap) ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้แถลงไว้อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

1. ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดํารงตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญบางตําแหน่ง พ.ศ. 2557    

2. ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีที่ปรึกษาจํานวนไม่เกินเก้าคน ตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งโดยคํานึงถึงผู้เคยเป็นกรรมาธิการในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 พ.ศ. 2550 และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุด พ.ศ. 2557-2558 ด้วย

ให้ที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่งซึ่งประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเชิญให้เข้าประชุมได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ๆ ละสี่พันบาท วันใดที่มีการประชุมหลายครั้งให้ได้รับเบี้ยประชุมเพียงครั้งเดียว

3. ให้สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแต่ละคนมีผู้ช่วยในการปฏิบัติงานในตําแหน่งและอัตราค่าตอบแทนตามที่ประธานรัฐสภาออกระเบียบ โดยเทียบเคียงกับกรณีของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่จํานวนต้องไม่เกินคนละสามอัตรา

4. ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญมีผู้ช่วยในการปฏิบัติงานดังนี้

(1) ผู้ชํานาญการประจําตัวประธานกรรมการ จํานวน  2 อัตรา และผู้ชํานาญการประจําตัวกรรมการคนละ จํานวน 1 อัตรา ทั้งนี้ ให้ผู้ชํานาญการแต่ละคนได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ 20,000 บาท

(2) ผู้ช่วยดําเนินงานของประธานกรรมการและกรรมการคนละ จํานวน 1 อัตรา ให้ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอาจตั้งคณะอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฝ่ายต่าง ๆเพื่อปฏิบัติงานภายในอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ อนุกรรมการดังกล่าวได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งที่มาประชุมตามอัตราและหลักเกณฑ์เดียวกับกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
     
ให้มีผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่เกินห้าคนซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการรัฐสภาสามัญอย่างน้อยหนึ่งคน ผู้ช่วยเลขานุการได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้ง ๆ ละหนึ่งพันบาท

ให้ประธานกรรมการ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญและอนุกรรมการซึ่งต้องเดินทางไปราชการภายในราชอาณาจักร นอกจังหวัดอันเป็นที่ตั้งอาคารรัฐสภาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะกรรมการได้รับค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายและมสีิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาล เช่นเดียวกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอื่นของผู้ดํารงตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญบางตําแหน่ง พ.ศ. 2557

5. ให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดงบประมาณ สถานที่ เจ้าหน้าที่ และสิ่งอํานวยความสะดวกแก่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและคณะอนุกรรมการตามที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแจ้งให้ทราบเพื่อประโยชน์แก่การจัดทําร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและการจัดทําร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ในกรณีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นสมควรให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดค่าใช้จ่าย สิ่งอํานวยความสะดวกในการเดินทางและการปฏิบัติงานและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ด้วย

6. การเบิกเบี้ยประชุม ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย ค่าพาหนะ ค่ารักษาพยาบาลของประธานกรรมการกรรมการและอนุกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้เบิกจ่ายจากสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

7. เพื่อประโยชน์ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดให้มีการลงประชามติและการจัดทําร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่นที่จําเป็น นายกรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งคณะกรรมการหรือคณะทํางานอื่นเพื่อศึกษาหรือเตรียมการควบคู่กันไป โดยประสานกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ต้องให้มีความสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญ และคํานึงถึงกําหนดเวลา แผนและขั้นตอนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการนี้จะกําหนดอัตราเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนแก่ผู้ได้รับแต่งตั้งด้วยก็ได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่  5 ตุลาคม พุทธศักราช  2558  เป็นต้นไป

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ”

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน