
สมคิดแจงสื่อนอกแนวทางไทย หลุดกับดักเศรษฐกิจ
หนังสือพิมพ์ วอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานการสัมภาษณ์ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวเรือใหญ่ด้านเศรษฐกิจของไทยคนใหม่ โดยได้เสนอว่าไทยควรปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของประเทศในเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยไม่สามารถจะเป็นที่ที่จะผลิตสินค้าราคาถูกได้อีกต่อไป เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเมียนมากับกัมพูชาก็สามารถทำได้เช่นกัน
หนังสือพิมพ์ วอลสตรีท เจอร์นัล ได้รายงานการสัมภาษณ์ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวเรือใหญ่ด้านเศรษฐกิจของไทยคนใหม่ โดยได้เสนอว่าไทยควรปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของประเทศในเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยไม่สามารถจะเป็นที่ที่จะผลิตสินค้าราคาถูกได้อีกต่อไป เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเมียนมากับกัมพูชาก็สามารถทำได้เช่นกัน
ทั้งยังได้เสนอวงเงิน 1.36 แสนล้านบาท ในรูปของเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจขนาดย่อมของประเทศ สำหรับภาคการผลิตอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้า ก็ได้มีข้อเสนอเรื่องการละเว้นภาษีและแรงจูงใจทางธุรกิจอื่นๆ
ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกระตุ้นและผลักดันไทยให้หลุดพ้นจากปรักทางเศรษฐกิจที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ซึ่งได้มีมาตรการการปรับลดอัตราดอกเบี้ยปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชนอีกครั้งหลังจากภาวะเศรษฐกิจทรุดตัวในปี 2008 ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะให้ไทยก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง แม้แต่บางประเทศในเอเชียก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ปัญหานั้นมีความแตกต่างจากสมัยก่อน ในช่วงปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่กลุ่มคนรวยได้รับผลกระทบหลังจากค่าเงินบาทลอยตัว” โดยอ้างจากวิกฤตค่าเงินระดับทวีปในปี 1997 ซึ่งวิกฤตครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากประเทศไทย
“ทุกวันนี้เศรษฐกิจรากหญ้าที่ฝืดเคืองเป็นปัจจัยที่หนุนหลังเราอยู่”
นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจเกิดจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของจีน ซึ่งเป็นตัวผลักให้การประเมินมูลค่าหุ้น กระแสเงินตรา และราคาสินค้าต่างๆ ตกต่ำลง ตั้งแต่ยางพาราและข้าวไปจนถึงน้ำมันและแผงวงจรไฟฟ้า ทำให้กระเป๋าสตางค์ของผู้บริโภคบางลง (เงินหมดลงเรื่อยๆ)
จากการเปิดเผยดัชนีการบริโภคภาคเอกชนของธนาคารแห่งประเทศไทยตกลงไป 1.4% ในเดือน ส.ค. และร่วงลง 1.8% ในเดือน ก.ค. ปัญหารุนแรงขึ้นจากการทรุดตัวของภาคการส่งออกตกลงไปกว่า 7% ในเดือน ส.ค.
ปัญหาข้าวมีความรุนแรงเป็นพิเศษ เป็นเวลากว่าสามปี ไทยได้ซื้อเมล็ดข้าวจากชาวนาสองเท่าของราคาตลาดในความพยายามที่จะกระตุ้นรายได้ของภาคชนบทและกระตุ้นการใช้จ่าย โครงการนี้ตกลงไปในปี 2014 หลังจากการสูญเงิน 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งข้าวจำนวนมากไม่ได้ขายออกไป ถูกทิ้งไว้ในคลังของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีขณะนั้น
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขณะนี้กำลังต่อสู้ข้อกล่าวหา โดยเธอได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆ
สมคิด มีเป้าหมายที่จะดึงดูดธุรกิจประเภทต่างๆ ที่ต้องการงดเว้นการเก็บภาษี โดยเฉพาะธุรกิจด้านเทคโนโลยี และขยายการท่องเที่ยว เขายังได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอและอุตสาหกรรมรองเท้าในพื้นที่เขตเศรษฐกิจใหม่ตามแนวชายแดนของเมียนมาและกัมพูชา
“สิ่งที่เราต้องทำคือสร้างเงื่อนไขให้คนสามารถเริ่มสร้างเงินของตนเอง เราต้องมุ่งไปที่คนระดับรากหญ้า” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว







