
รออุโมงค์ยักษ์แก้ท่วมรัชดา
ผู้ว่า กทม.ให้รอความหวังอุโมงค์ยักษ์ แก้ปัญหาน้ำท่วมรัชดาชี้ปลายปี 2559 เสร็จ
ผู้ว่า กทม.ให้รอความหวังอุโมงค์ยักษ์ แก้ปัญหาน้ำท่วมรัชดาชี้ปลายปี 2559 เสร็จ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. มีฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งปกติในเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยทั้งเดือนที่ 200 มิลลิเมตร แต่ในปีนี้มีฝนตกในช่วงต้นเดือน ต.ค. ไปแล้วถึง 160 มิลลิเมตร ทำให้มีน้ำท่วมรอการระบายในหลายจุด
สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักที่สุด คือ หน้าศาลอาญาและตลาดพงษ์เพชร ซึ่งในแผนระยะยาวถนนรัชดาภิเษกจะมีการก่อสร้างอุโมงค์ลอดคลองบางซื่อเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 เมตร เพื่อนำน้ำลงไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าจะสร้างเสร็จในปลายปี 2559
ทั้งนี้ คงต้องใช้บ่อสูบน้ำและเครื่องสูบน้ำลงไปติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการระบายน้ำเมื่อ 4 ปีที่แล้วในพื้นที่ศาลอาญา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่ำมีปริมาณฝนตกถึง 108 มิลลิเมตร ต้องใช้เวลาระบาย 6 ชั่วโมง แต่ในปี 2558 ใช้เวลาระบาย 3 ชั่วโมง
ด้านพื้นที่ศาลอาญาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีฝนตก 110 มิลลิเมตร ต้องใช้เวลาระบายน้ำ 8 ชั่วโมง แต่ในปีนี้ใช้เพียง 4 ชั่วโมง ถือว่าลดลงมาก ซึ่งในพื้นที่ตลาดพงษ์เพชรจะมีโครงการอุโมงค์ยักษ์ เพื่อดึงน้ำลงคลองเปรมลงไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษก กทม. แถลงภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ว่า ได้ติดตามสถานการณ์ฝนในเดือน ต.ค. ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุ มรสุมต่างๆ ส่งผลให้ตลอดเดือนจะเกิดฝนตกอย่างน้อย 13-16 วัน และเมื่อเข้าสู่เดือน พ.ย. กทม.ฝนจะลดลง ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา คือ ปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ซึ่งเกิดจากฝนตกในปริมาณมาก ทำให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางเบญทราย กล่าวว่า ขณะนี้ กทม.ได้เฝ้าระวังพายุลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อม ซึ่งสำนักการระบายน้ำได้ควบคุมปริมาณน้ำในคลองสายหลักต่างๆ อาทิ คลองลาดพร้าว บางซื่อ แสนแสบ มหาสวัสดิ์ ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด
ขณะที่พายุมูจีแกได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนแล้ว คาดว่าจะอ่อนตัวลงเป็นดีเปรสชันอาจมีฝนตกในพื้นที่ กทม.บ้าง แต่ไม่มากเหมือนที่ผ่านมา







