
อัดเงินลดต้านไฟฟ้าถ่านหิน
กฟผ.เร่งหาทางเพิ่มผลตอบแทนคนรอบชุมชนโรงไฟฟ้ากระบี่ลดต้าน เล็งรับซื้อปาล์มยาว
กฟผ.เร่งหาทางเพิ่มผลตอบแทนคนรอบชุมชนโรงไฟฟ้ากระบี่ลดต้าน เล็งรับซื้อปาล์มยาว
นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ให้พิจารณาหาแนวทางการเพิ่มผลตอบแทนให้กับประชาชนที่อาศัยรอบพื้นที่บริเวณโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ เพื่อแสดงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเข้าไปดูแลชุมชน โดยจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเมื่อมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่
นายรัตนชัย ชี้แจงว่า ขณะนี้ กฟผ.อยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาแนวทาง โดยตามระเบียบของการตั้งโรงไฟฟ้าแห่งใหม่นั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กำหนดชัดเจนว่าจะต้องมีกองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้า โดยจัดเก็บเงินจากเจ้าของโรงไฟฟ้ามาใช้ในการพัฒนาชุมชน โดยหากเป็นเชื้อเพลิงที่เป็นถ่านหินจะจัดเก็บเงินเข้ากองทุนในอัตรา 2 สตางค์/หน่วย สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ มีกำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ ประเมินไว้เบื้องต้นว่า กองทุนพัฒนารอบโรงไฟฟ้าจะมีเงินเข้าไปปีละ 120 ล้านบาท
“การเพิ่มผลตอบแทนในลักษณะของงบประมาณหรือรายได้ให้กับชุมชมมากขึ้น กฟผ.ต้องไปพิจารณาว่า มีอะไรที่จะเพิ่มเติมขึ้นมาอีกได้บ้าง แนวทางจึงอาจจะขยายพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าออกไป เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสใช้เงินกองทุนโรงไฟฟ้าได้มากขึ้น โดยจะแบ่งเป็นโซน ซึ่ง กฟผ.จะเร่งดำเนินการเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่าการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วคนในชุมชนจะได้ประโยชน์อะไรเพิ่มขึ้นมาได้บ้าง” นายรัตนชัย กล่าว
นอกจากนี้ กฟผ.อาจพิจารณาเพิ่มปริมาณการรับซื้อปาล์มน้ำมันแบบสัญญาระยะยาว กับประชาชนรอบพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้ากระบี่เก่า ที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเตา ซึ่งปัจจุบันมีการรับซื้ออยู่แล้ว ในช่วงราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกร
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้ากระบี่เดิม ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงกำลังผลิต 340 เมกะวัตต์ โดย กฟผ.ได้ปรับปรุงอุปกรณ์โรงไฟฟ้าให้สามารถใช้น้ำมันปาล์มร่วมกับน้ำมันเตาได้ แม้จะทำให้มีต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่จะสร้างในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกัน
พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า นโยบายหลักในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน อยากให้ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่มากที่สุด และต้องไปหาแนวทางการเพิ่มผลตอบแทนมากกว่านี้ ต้องดูแลชุมชนให้ทั่วถึง ซึ่งกระทรวงพลังงานจะเดินหน้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2015 ) ยังพอมีเวลาในการดำเนินการ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2558 กฟผ.ได้เปิดให้ยื่นซองประมูลโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ โดยมีราคากลาง 4.9 หมื่นล้านบาท ปรากฏว่ามีผู้ยื่นซอง 2 ราย 1.กลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย และบริษัท พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์ปอเรชั่น ออฟ ไชน่า 2.กลุ่มบริษัท แอสตรอม (ไทยแลนด์) ร่วมกับบริษัท มารูเบนิ







