
สุริยะใสชี้ "มีชัย" นั่งประธานกรรมการร่างมีทั้งจุดอ่อน-แข็ง
"สุริยะใส" ชี้ "มีชัย" นั่งประธาน กรธ.มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง แนะ คสช.เตรียมตอบคำถามสังคม ห่วงแก้ รธน.ตัดประเด็นลงประชามติออก
"สุริยะใส" ชี้ "มีชัย" นั่งประธาน กรธ.มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง แนะ คสช.เตรียมตอบคำถามสังคม ห่วงแก้ รธน.ตัดประเด็นลงประชามติออก
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่เงื่อนไขของนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานวุฒิสภา ในการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นการส่วนตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อาจะทำให้นายกฯ ไม่กล้าตัดสินใจคนเดียวจึงต้องนำเข้าที่ประชุม คสช.วันจันทร์นี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเงื่อนไขของนายมีชัยจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโรดแมปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จนอาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเป็นครั้งที่สอง
ทั้งนี้โดยเฉพาะประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่แน่ใจว่าจะยังคงไว้หรือไม่ โดยส่วนตัวคิดว่าต้องไม่ถูกตัดออกเพราะความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาและที่มาอย่างเดียวแต่อยู่ที่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือไม่
"หากนายมีชัย รับตำแหน่งประธานกรรมยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จริง ก็อาจมีคำถามว่า กรธ.จะมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความอิสระมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงมือกฎหมาย คสช.เท่านั้น เพราะนายมีชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการ คสช.อยู่อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย แม้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ตามแต่ คสช.ก็ต้องเตรียมคำอธิบาย เพราะจะถูกคนบางกลุ่มนำไปเป็นประเด็นโจมตีได้เช่นกัน แต่ถ้าคิดอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นเรื่องดี ที่ คสช. กับ. กรธ.แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกันและจะไม่ได้มีปัญหาในภายหลังเหมือนเมื่อครั้งคณะกรรมาธิการยกร่างหมดสถานะไปก่อนหน้านี้"นายสุริยะใสกล่าว
อย่างไรก็ตามมาถึงวันนี้ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธาน กรธ. ก็ยังจะถูกประเมินจากสังคมว่าจะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นำไปสู่การปฏิรูปได้จริงหรือไม่ ซึ่ง คสช.จะต้องกางโรดแมปปฏิรูปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่จำเป็นต้องรอรัฐธรรมนูญทุกเรื่อง เพราะจะทำให้ 2 ปีจากนี้ไปก่อนเลือกตั้งสูญเปล่าและยังไม่สามารถนับหนึ่งได้อย่างจริงจัง







