
ธรรม ย่อมชนะ อธรรม
เป็นการยากที่จะพบข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชาวพุทธของไทยสัก 1 ท่าน ที่มีความรู้ลึกซึ้งในพระพุทธศาสนา
โดย...สมาน สุดโต
เป็นการยากที่จะพบข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชาวพุทธของไทยสัก 1 ท่าน ที่มีความรู้ลึกซึ้งในพระพุทธศาสนา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2558 จึงได้พบหนึ่งท่าน คือ สุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักอัยการสูงสุด
บนเวทีเสวนาพุทธพลิกสุวรรณภูมิ วันที่ 11 ก.ย. 2558 ที่โรงแรมโซฟิเทล อังกอร์ โภคีธรา กอล์ฟ & สปา รีสอร์ต จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา สุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักอัยการสูงสุด ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพูดเรื่อง ปฏิเวธธรรมนำสุวรรณภูมิเรืองรอง ร่วมกับวิทยากรท่านอื่นอีก 5 ท่าน ท่านสุรศักดิ์พูดเรื่องกรรมและธรรมะได้น่าทึ่งมาก
เชื่อกฎแห่งกรรม
ขอเล่าเป็นภูมิหลังว่า บนเวทีเสวนาท่านเล่าเรื่องหลักธรรม หลักกรรม และกฎแห่งกรรม ให้ที่ประชุมฟัง โดยเน้นเรื่องกฎทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เพราะท่านเชื่อกฎแห่งกรรม ใครทำชั่วไว้ผลแห่งการกระทำนั้นจะไล่ล่าไม่หยุดหย่อน และต้องไล่ทันเข้าสักวันแน่นอน
ในฐานะที่เป็นอัยการ เป็นทนายของรัฐ เห็นบุคคลที่ผลแห่งกรรมชั่วไล่ทันในหลากหลายกรณีด้วยกัน ไม่ว่าการทุจริต คอร์รัปชั่นระดับชาติ ระดับชาวบ้าน รวมถึงการประทุษร้ายต่อชีวิต ทุกอย่างที่ท่านเห็นและทำเรื่องทำคดีมาตั้งแต่เป็นนักกฎหมายตัวเล็กๆ จนถึงอธิบดี ท่านเชื่อตามพุทธภาษิตเลยว่า กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
สวดมนต์ทุกวัน
เมื่อพระธรรมวรนายก ประธานในงานเสวนา นำสวดมนต์โพชฌังคปริตร เพื่อถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ซึ่งพระสงฆ์ 5 ประเทศ 140 รูป และญาติโยมทั้งไทย เมียนมา และกัมพูชา ในที่ประชุม ต่างสวดพร้อมเพรียงกัน ท่านอธิบดีสุรศักดิ์ ได้สวดพระปริตรศักดิ์สิทธิ์บทนี้ ด้วยเสียงทุ้ม สม่ำเสมอจนจบ ทำเอาเราแปลกใจ เพราะนานๆ จะพบบุคคลที่มีความสามารถทั้งทางกฎหมายและทางธรรมมาผสมกันอย่างลงตัว จึงอดที่จะเอ่ยวาจาชื่นชมไม่ได้ว่าท่านสวดได้คล่องมาก อธิบดีสุรศักดิ์ที่เพื่อนเรียกว่า พี่ยักษ์ เพราะร่างกายสูงใหญ่บึกบึน บอกว่า ผมสวดมนต์ทุกวันครับ
นักศึกษาธรรม
เมื่อนั่งรถคันเดียวกัน จากปอยเปตเข้ากรุงเทพฯ ได้ขอความรู้จากท่านหลายเรื่อง ซึ่งท่านก็เล่าเรื่องต่างๆ ที่พบเห็นในฐานะอัยการจังหวัดในบางจังหวัดให้ฟัง ผู้เขียนขอให้ท่านเล่าให้ฟังว่า ทำไมให้ความสนใจการสวดมนต์ไหว้พระ การศึกษาธรรม ท่านบอกว่าท่านนั้นไม่ได้เป็นศิษย์อาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ชอบอ่านและศึกษาข้อเขียนของท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านปัญญานันทภิกขุ และ ป.อ.ปยุตฺโต (พระพรหมคุณาภรณ์) จึงได้แก่นธรรมมาใช้เป็นหลักปฏิบัติ ทำด้วยตนเองแล้วได้อบรมลูกน้องให้ทำและหยั่งรู้ และปฏิบัติด้วย เพราะท่านเชื่อว่า ธรรมย่อมชนะอธรรม
ทำไมมีความเชื่ออย่างนี้ ท่านว่างานในหน้าที่อัยการ ซึ่งเป็นทนายแผ่นดินอยู่ในฝ่ายธรรม ต้องฟ้องฝ่ายอธรรม คือคนผิดที่ก่อกรรมทำไม่ดี ทุจริต คอร์รัปชั่น ให้ถูกลงโทษตามกฎหมายเป็นระยะๆ เมื่อนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ตัวท่านและลูกน้องเป็นคนองอาจ ยึดมั่นในหลักการ และไม่หวั่นไหว ไม่ว่าอะไรจะมากระทบก็ตาม ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ซึ่งมีทั้งอิทธิพลท้องถิ่นถึงอิทธิพลทางการเมือง
ลำดับธรรมเพื่อพัฒนาชีวิต
หลักการทำชีวิตให้ไปกับหลักธรรมนั้น ท่านอธิบดีสุรศักดิ์จัดลำดับการพัฒนาชีวิตตามหลักธรรมไว้ 3 ลำดับ
ลำดับที่ 1 สิ่งที่ต้องละเว้น ได้แก่ อบายมุข 16 ข้อ 1.การฆ่าสัตว์ 2.ลักทรัพย์ 3.ประพฤติผิดในกาม 4.พูดเท็จ 5.พูดส่อเสียด 6.พูดเพ้อเจ้อ 7.พูดคำหยาบ 8.การเสพของมึนเมา 9.เที่ยวกลางคืน 10.ชอบดูการเล่น 11.เล่นการพนัน 12.คบคนชั่ว 13.เกียจคร้านทำงาน 14.โลภะ 15.โทสะ 16.โมหะ ทั้งหมดนี้เป็นการรักษาศีล แต่มากกว่าศีล 5 ศีล 8 หรือศีล 10 ที่สมาทานกันทั่วไป
ลำดับที่่ 2 เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดเพื่อพัฒนาตน ได้แก่ มงคล 38 โดยท่านพูดให้ฟังได้ทั้งหมด 38 ข้อ โดยไม่ติดขัดแม้แต่น้อย
1.ไม่คบคนพาล 2.คบบัณฑิต 3.บูชาบุคคลที่ควรบูชา 4.อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม 5.มีบุญวาสนามาก่อน 6.ตั้งตนชอบ 7.พหูสูต 8.มีศิลปะ 9.มีวินัย 10.มีวาจาสุภาษิต 11.บำรุงบิดามารดา 12.เลี้ยงดูบุตร 13.สงเคราะห์ภรรยา-สามี 14.ทำงานไม่คั่งค้าง 15.บำเพ็ญทาน 16.ประพฤติธรรม 17.สงเคราะห์ญาติ 18.ทำงานไม่มีโทษ 19.งดเว้นจากบาป 20.สำรวมจากการดื่มน้ำเมา 21.ไม่ประมาทในธรรม 22.มีความเคารพ 23.มีความถ่อมตน 24.มีความสันโดษ 25.มีความกตัญญู 26.ฟังธรรมตามกาล 27.มีความอดทน 28.เป็นคนว่าง่าย 29.เห็นสมณะ 30.สนทนาธรรมตามกาล 31.บำเพ็ญตบะ 32.ประพฤติพรหมจรรย์ 33.เห็นอริยสัจ 34.ทำพระนิพพานให้แจ้ง 35.จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม 36.จิตไม่โศก 37.จิตปราศจากธุลี 38.จิตเกษม
ลำดับที่ 3 การตั้งจิตตภาวนา โดยปฏิบัติในโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ
โพธิปักขิยธรรม 37 มีอะไรบ้าง ท่านก็ว่าให้ฟังตั้งแต่ 1-37 เช่นกัน คือ สัมมัปปธาน 4 สติปัฏฐาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8
โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ เป็นกลุ่มของธรรมที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติเข้าถึง มรรค ผล นิพพาน
ที่กล่าวมาเพียงย่อๆ แต่เป็นชีวิตที่ชาวพุทธและคนทั่วไปควรถือเป็นแบบอย่าง เพราะมีหลักปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน และทำจริง จึงไม่หวั่นไหวต่อปัญหา อุปสรรค และสิ่งบีบคั้นต่างๆ
เมื่อทราบว่าท่านอธิบดีกับผู้ใหญ่อีก 2 ท่าน ที่ถูกอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฟ้องเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2558 จึงขอให้กำลังใจ เพราะผู้เขียนก็เชื่ออย่างที่ท่านเชื่อคือ ธรรมย่อมชนะอธรรม







