posttoday
หาที่ลง

หาที่ลง

01 ตุลาคม 2558

ดูเหมือนว่าในขณะนี้ทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกนั้นไม่แน่นอนครับ โดยที่นักลงทุนกำลังหาที่ลงกับสภาวะที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่เน้นการเทขาย และทำกำไรกันวันต่อวันทีเดียว อย่างเมื่อสองวันก่อน เกล็นคอร์ บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ก็ตกเป็นเหยื่อของความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้หุ้นร่วงลงไปในตลาดลอนดอนถึง 30% และร่วงอีก 29% ที่ตลาดฮ่องกง

ดูเหมือนว่าในขณะนี้ทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกนั้นไม่แน่นอนครับ โดยที่นักลงทุนกำลังหาที่ลงกับสภาวะที่ไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่เน้นการเทขาย และทำกำไรกันวันต่อวันทีเดียว อย่างเมื่อสองวันก่อน เกล็นคอร์ บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ก็ตกเป็นเหยื่อของความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้หุ้นร่วงลงไปในตลาดลอนดอนถึง 30% และร่วงอีก 29% ที่ตลาดฮ่องกง

เป็นที่ชัดเจนว่านับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยืนยันยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วก็ทำให้ตลาดจับทิศทางไปไม่ถูก โดยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศกันรายวันทีเดียว

และต้องบอกว่าในช่วงนี้ตลาดเข้าสู่ความเปราะบางอย่างมาก ตัวเลขอะไรที่เป็นลบก็พร้อมที่จะกระตุ้นให้เกิดการเทขายกันอย่างบ้าระห่ำ

นอกเหนือจากหุ้นของเกล็นคอร์ที่ตกเป็นเหยื่อแล้ว ข่าวคราวเรื่องอื้อฉาวของบริษัทรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนีอย่างโฟล์คสวาเกน ที่แอบติดตั้งระบบซอฟต์แวร์ลดการปล่อยมลภาวะของเครื่องยนต์ดีเซล ก็ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างไม่จำเป็นทั้งๆ ที่กรณีของโฟล์คสวาเกนนั้นไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะลุกลามไปยังเศรษฐกิจส่วนอื่นๆ ของเยอรมนีด้วยซ้ำ

เรียกได้ว่านักลงทุนหาเหตุเพื่อที่จะเทขายและทำการเข้าซื้อในวันต่อไป

อย่างกรณีเศรษฐกิจจีนนั้นต้องยอมรับกันว่า บรรดาคณะผู้ปกครองของจีนได้ตอกย้ำกันมาหลายครั้งถึงความเชื่องช้าของเศรษฐกิจจีนที่จะกินระยะเวลานานจนจะกลายเป็นปรากฏการณ์นิวนอร์มอล (New Normal) หรือความปกติรูปแบบใหม่นั่นเอง

แต่ทุกครั้งที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาเป็นลบเมื่อไหร่ ตลาดก็จะต้องตกใจและเกิดการเทขายกันอย่างรุนแรงทุกครั้งครับ ดังนั้นจึงต้องบอกว่าในช่วงนี้ต้องจับตาการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ แบบตาไม่กะพริบ

ภาวะความเปราะบางของตลาดทุนที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าถามว่าจะกินระยะเวลานานขนาดไหน ก็ตอบได้ว่าก็ต้องรอจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะกับกรณีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครับ

ดังที่เคยรับใช้ท่านผู้อ่านไว้หลายครั้ง ว่านักลงทุนส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าเฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อย่างแน่นอน แค่ต้องการที่จะรู้ว่าจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ และครั้งต่อไปเมื่อไหร่ เพราะจะทำให้ง่ายขึ้นต่อการกำหนดทิศทางการลงทุน

แต่ที่ผ่านมาเฟดไม่เคยชัดเจนในเรื่องนี้แม้แต่ครั้งเดียว ทำให้นักลงทุนต้องหาที่ลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนเช่นกัน

เฟดไม่ชัด โลกก็ไม่ชัด กำหนดทิศทางยากครับ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย