posttoday
ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติอัจฉริยะ

ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติอัจฉริยะ

01 ตุลาคม 2558

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

สิงคโปร์เป็นตัวอย่างอันดีที่ผู้นำมีวิสัยทัศน์ ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อนของประเทศ เพื่อนำมากำหนดทางเดินของประเทศตามกำลังขีดความสามารถของตนเอง ผู้นำของเขามี “สมอง” และคิดถึง “สิงคโปร์” มาเป็นอันดับหนึ่ง

ประเทศไทยมีจุดแข็งมากกว่าและแข็งกว่าแทบทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักศึกษาหลักสูตร “ข่าวกรองยุทธศาสตร์” ทราบเรื่องนี้ดี เพราะได้ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อนเส้นทางเดินของประเทศไทยไว้แล้ว คนที่กำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงของประเทศควรนำรายงานพวกนี้ไปใช้ประโยชน์จากพลังอำนาจของชาติที่เป็นอยู่ปัจจุบันและสามารถระดมได้เพิ่มเติม ถามคนไทยว่าต้องการให้บ้านที่เรากำลังจะสร้างใหม่นี้เป็นอย่างไร มีแผนพัฒนาบ้านเรือนให้เป็นขั้นตอนอย่างไร ทั้งระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ถ้าเราไม่รู้จักตัวของเราเอง ไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้อะไร มีเงินในกระเป๋าเท่าไรแต่อยากได้ตามคนอื่นไปหมด มัวแต่ไปลอกของฝรั่งมาทั้งดุ้นโดยไม่เอามาปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมของไทย ในที่สุดเราก็เดินย่ำรอยอยู่กับที่   

เราต้องทบทวนปัญหาอย่างรอบด้าน เพราะความขัดแย้งในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพื่อพร้อมรับมือกับสิ่งท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัญหาทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกัน สลับซับซ้อนในหลายมิติ นักยุทธศาสตร์ความมั่นคงต้องมองรอบด้านซึ่งรวมถึงมิติด้านการพัฒนา นอกจากมองตัวเองแล้วยังต้องเปิดตาดูโลกที่ไร้เสถียรภาพ อย่างไรก็ดี นอกจากโลกมี “ความเสี่ยง” มากขึ้น แต่โลกก็สร้าง “โอกาส” สำหรับวันพรุ่งนี้ให้ประเทศต่างๆ ได้หยิบฉวยมาเป็นประโยชน์ของตน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสิ่งท้าทายต่อความมั่นคงของประเทศ นักยุทธศาสตร์ต้องรู้ว่าอะไรคือภัยคุกคามหลักต่อ “ผลประโยชน์สำคัญ” ของชาติ อะไรคือ “จุดพลิกผัน” สำคัญ โดยต้องระบุออกมาให้ได้ และจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาตามความรุนแรงของภัยคุกคามนั้นไทยจำเป็นต้องปรับสมดุลด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคงกันใหม่   

ใน 20 ปีข้างหน้า เราอยากให้ประเทศมีความมั่นคงอย่างไรบ้าง ซึ่งคงเพียง 6 ประการสำคัญเท่านั้น คือ (1) ความมั่นคง (2) ความมั่งคั่ง (3) ประชาธิปไตย และ (4) ความมั่นคงด้านพลังงาน (5) ควบคุมการแพร่กระจายของโรคระบาดร้ายแรง (6) ปลอดจากการก่อการร้าย

ประชาชนไม่ขออะไรมาก ด้านการเมือง เราอยากเห็นประเทศมีเสถียรภาพทางการเมืองภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาธิปไตยที่ใช้ธรรมนำหรือ“ธรรมาธิปไตย” ไม่มีการใช้ความรุนแรงทางการเมืองในการแย่งชิงอำนาจ การเข้าสู่อำนาจเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม ไม่มีการขายสิทธิซื้อเสียง บริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เราอยากเห็นนักการเมืองสายพันธ์ุใหม่ เช่นเดียวกับประชาชนสายพันธ์ุใหม่ ด้านเศรษฐกิจ เราอยากเห็นเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาอย่างก้าวหน้ามั่นคงซึ่งไม่จำเป็นต้องขยายตัวด้วยตัวเลขสูงๆ แต่ขอให้ขยายตัวอย่างมั่นคงต่อเนื่อง ลดความยากจน ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ประชาชนมีการกินดีอยู่ดีพอประมาณด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พอประมาณ และมีภูมิคุ้มกัน ทรัพยากรของชาติถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรม ไม่มีผู้มีอิทธิพลเข้าไปยึดครองเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ใครใช้มากต้องจ่ายภาษีมาก ด้านสังคมวัฒนธรรม เราอยากเห็นการทุจริตคอร์รัปชั่น อาชญากรรมทั้งในประเทศและข้ามชาติอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ มีการจัดระเบียบทางสังคมด้านต่างๆ ไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบกัน    

ด้านการทหาร ไม่มีสงครามกับประเทศเพื่อนบ้านโดยจะหาทางตกลงปัญหาด้วยสันติวิธี ขณะเดียวกันต้องไม่มีสงครามกลางเมือง คนไทยไม่แบ่งเป็นฝักฝ่ายตามคำยุแหย่ของนักการเมือง ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติทางธรรมชาติ เราสามารถเตรียมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้โดยมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม โดยเฉพาะปัญหาน้ำซึ่งมีความสำคัญต่อเกษตรกรและประชาชนที่ภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มจะทำให้ไทยประสบภาวะภัยแล้งและน้ำท่วมรุนแรงขึ้น เราอยากเห็นการฟื้นคืนป่าโดยยุติการบุกรุกทำลายป่าของกลุ่มนายทุน ด้านสุขอนามัย รัฐบาลให้การดูแลสุขภาพของประชาชนด้านการแพทย์และสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสมและรวดเร็วในราคาที่เหมาะสม ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคระบาดร้ายแรงได้ ประชาชนได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมในกระบวนการยุติธรรมทุกระดับและเท่าเทียมกันคือความต้องการพื้นฐานของประชาชน

ความสุขสบายและความพอใจนี้บางครั้งประชาชนต้องยอมเสียสละสิทธิบางประการบ้างในบางช่วงเวลา เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ก้าวหน้า มั่นคง สิ่งที่ต้องย้ำเสมอคือสิทธิเสรีภาพต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ สิทธิกับหน้าที่ต้องเป็นของคู่กัน

เราจะกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายด้านความมั่นคงของชาตินี้ได้อย่างไร อาจกำหนดโดยแบ่งเป็นแผน 5 ปีว่าจะทำอย่างไรบ้าง 5 ปีแรกซึ่งเป็นระยะเปลี่ยนผ่าน จะทำอะไรบ้าง 5 ปีที่สองเมื่อเริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้วจะทำอะไรต่อ ที่สำคัญคือฝ่ายข่าวกรองต้องประเมินว่า เส้นทางที่เราจะเดินไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 20 ปีข้างหน้านั้นมีอุปสรรคและโอกาสอะไรบ้าง ถนนสายนี้มีหลุมบ่อหรือราบเรียบเพียงใด หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจากที่คาดการณ์ไว้แต่ต้นก็ต้องมาทบทวนกันใหม่ และวางแผนเดินกันใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงของชาติ เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในระยะ 20 ปีข้างหน้าที่รัฐบาลกำลังประกาศในเร็วๆ นี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ภายใต้เลขาธิการคนใหม่คงกำลังเร่งรัดในเรื่องนี้เพื่อให้ยุทธศาสตร์นี้เป็น “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติอัจฉริยะ 20 ปี”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ