
เปิดเส้นทางสอบสวนบึ้มราชประสงค์โยงการเมือง
ชื่อของ "อ๊อด พยุงวงศ์" ถูกเผยออกจากปากผบ.ตร.ว่าเป็นผู้ต้องหาชาวไทยที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดราชประสงค์ทำให้ปฏิเสธอาจมีเหตุผลจากการเมืองเกี่ยวข้อง
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ชื่อของ "อ๊อด พยุงวงศ์" หรือ "ยงยุทธ พบแก้ว" ถูกเผย ออกมาจากปากของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่าเป็นผู้ต้องหาชาวไทยที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดราชประสงค์ และปฏิเสธไม่ได้ว่าปมการสังหารหมู่กลางกรุงครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น เหตุผลจากการเมืองอาจจะเกี่ยวข้อง
ทำไมจึงไม่สามารถตัดประเด็นทางการเมืองทิ้งออกไปได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สาเหตุการก่อเหตุระเบิดตำรวจพบว่าเป็นเพราะการกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์อย่างหนัก ทำให้ชาวต่างชาติที่หากินอย่างผิดกฎหมายต้องเป็นเดือดเป็นแค้น กระทั่งมาพบรายชื่อผู้เกี่ยวข้องอีกหนึ่งรายที่เป็นคนไทย และนั่นคือ"อ๊อด พยุงวงศ์"
ปมการเมืองถูกจุดขึ้นมาทันที เพราะอ๊อดผู้นี้เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี กับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อปี 2553 และที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี เมื่อปี 2557
ทั้งสองเหตุการณ์ ทิศทางการสืบสวนของตำรวจ พบว่ามีส่วนเชื่อมโยงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดง หรือกลุ่ม นปช.!!!
เริ่มจากที่สมานเมตตาแมนชั่น ระเบิดดังขึ้นจากห้องพักของ สมัย วงศ์สุวรรณ์ อดีตการ์ดคนเสื้อแดง เป็นเหตุให้สมัยและผู้ไม่เกี่ยวข้องต้องจบชีวิตไป 4 คน ทิศทางการสืบสวนขณะนั้น พบว่ามีการ เตรียมระเบิดเพื่อใช้ก่อเหตุความรุนแรงทางการเมือง ด้วยความ ร่วมมือจาก กษิ ดิฐธนรัชต์ นักธุรกิจค้าปุ๋ยยูเรียจาก จ.นราธิวาส ขณะนี้ก็ยังหลบหนี
เมื่อเรื่องเริ่มเงียบหายไป ปี 2557 ก็เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งที่ย่านมีนบุรี ครั้งนี้ตำรวจพบหลักฐานเป็นบัตรอาสาตำรวจบ้าน แต่ตรวจสอบเชิงลึกพบว่าบัตรดังกล่าวมีรูปภาพของกษิ แต่ใช้ชื่อบุคคลอื่น ทำให้ตำรวจเชื่ออีกครั้งว่าเหตุนี้เชื่อมโยงกับที่สมานเมตตาแมนชั่น
แต่อ๊อดเข้าไปเกี่ยวอย่างไรกับสองเหตุการณ์ข้างต้น ตำรวจชุดสืบสวนคดีระเบิดราชประสงค์ให้คำตอบว่า การจัดหาสถานที่และอุปกรณ์ระเบิดนั้น อ๊อดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพราะมีหลักฐานจากภาพและพยานที่ระบุได้ชัดว่าอ๊อดไปซื้ออุปกรณ์ประกอบระเบิดมาจากจุดใดบ้าง
"ขณะเดียวกัน ทั้งสองเหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทั้งที่สมานเมตตาแมนชั่น และที่มีนบุรี อ๊อดก็ทำบทบาทเดิมอีกครั้งให้กับกลุ่มที่ก่อเหตุครั้งนั้น เหมือนเช่นกับ ครั้งนี้ที่ไม่ต่างกัน" นายตำรวจคนเดิมเล่า
อาเดม การาดัค หรือบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาที่วางระเบิดราชประสงค์ ให้ปากคำกับตำรวจชุดสืบสวนว่า ไม่เคยพบกับอ๊อด แต่รู้ว่ามีคนไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ ให้ ผ่านการติดต่อจากผู้บงการในฝั่งของตนเอง รู้แต่เพียงว่าคนไทยผู้นี้มีความชำนาญในด้านการก่อเหตุรุนแรงจากอดีตที่ผ่านมา
เหตุผลที่ว่าจึงทำให้ พล.ต.อ. สมยศ มั่นอกมั่นใจว่า น่าจะเป็น การร่วมมือกันระหว่างสองกลุ่ม ทั้งพวกที่ถูกกวาดล้างขบวนการ ค้ามนุษย์ และกลุ่มการเมืองที่ใช้ความรุนแรงเพื่อสนองความต้องการ และเท่านี้ก็เพียงพอจะถูกโยงให้ปมการเมืองในอดีตเข้ามาเกี่ยวข้อง และกลับมาหลอกหลอนคนไทยได้อีกครั้ง
แต่ที่น่าสนใจ คือ ประวัติของอ๊อดนั้น เคยพบว่าถูกจับข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และยังต้องคดีอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งอาชญากรรม ยาเสพติด และการพนัน ที่สำคัญคือจากถ้อยคำแถลงของ พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ที่บอกว่า อ๊อดเคยถูกจับมาแล้ว 9 ครั้ง แต่ทั้งหมดกลับระบุเลขบัตรประจำตัวประชาชนของอ๊อดไม่ได้ และยังไม่รู้ว่าอ๊อดหลบหนีไปอยู่ในประเทศไทยหรือไปต่างแดนแล้ว
คล้ายกับเป็นบุคคลปริศนา ทั้งที่ความผิดหลายกระทงถูกจับมาถึง 9 ครั้ง แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้อง "เอาตัว" อ๊อดที่เป็นคนสำคัญของคดีนี้กลับดูเหมือนยากเย็น
กระนั้นก็ตาม เชื่อได้ว่าหากตำรวจในยุคปัจจุบันสามารถจับกุมตัวอ๊อดได้ คำตอบที่รอการเปิดเผยให้สังคมรู้จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะปมการเมืองนั้นมีส่วนร่วมจริงหรือไม่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางกรุงเทพมหานคร ความหวังของคนทั้งประเทศอยู่ในมือตำรวจอีกครา







