posttoday
หวานชื่น

หวานชื่น

29 กันยายน 2558

โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]

โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]

การเดินทางไปเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ในทางบวกกับสหรัฐไม่น้อยครับ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือที่สองฝ่ายจะร่วมกันต่อต้านสงครามไซเบอร์ และต่อต้านการโจรกรรมข้อมูล (แต่ไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงจะทำกันได้หรือไม่) ตลอดจนถึงเรื่องบทบาทของจีนในแวดวงระดับโลกที่ดูเหมือนว่าสหรัฐจะเริ่มเปิดทางให้จีนมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศทั่วโลกแสดงเจตจำนงเข้าร่วมก่อตั้งมากถึงราว 57 ประเทศ แต่ก็แน่นอนที่ผ่านมานั้น สหรัฐและบรรดาพันธมิตรบางส่วนของสหรัฐไม่ขอเข้าร่วมด้วย โดยท่าทีของสหรัฐที่ผ่านมานั้นชัดเจน และยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใส และธรรมาภิบาลในการจัดการกับธนาคารแห่งนี้

ต้องเข้าใจกันก่อนว่า แนวความคิดการจัดตั้งธนาคารเอไอไอบี รวมไปถึงการจัดตั้งธนาคารของกลุ่มบริคส์นั้น ตามพื้นฐานที่จีนบอกก็คือเป็นกระบอกเสียง เป็นตัวแทน เป็นช่องทางแห่งความช่วยเหลือที่จะให้ประเทศกำลังพัฒนา โดยที่จะลดบทบาทของโลกตะวันตกลง

แต่ในเบื้องหลังนั้น การตั้งธนาคารเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นการดันจีนขึ้นสู่อิทธิพลทางการเงินระดับโลก และจะเป็นคู่แข่งสำคัญของธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หรือไม่ว่าจะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ซึ่งสถาบันการเงินเหล่านี้ล้วนแต่ก่อตั้ง และเต็มไปด้วยอิทธิพลของโลกตะวันตกอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอิทธิพลของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นครับ

ดังนั้น การก่อตั้งธนาคารเอไอไอบีของจีนนี้จึงถูกตั้งแง่ตั้งแต่ต้น แต่ทว่าในระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐของผู้นำจีนในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าทั้งสหรัฐและจีนเองก็พยายามที่จะลดแรงกระแทกระหว่างกันพอสมควร และพยายามแสดงให้โลกเห็นว่าทั้งสองประเทศไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กันในเรื่องนี้มากนัก

อย่างเช่นทางฝ่ายจีนเองที่ จ้างจุน ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการเศรษฐกิจระหว่างประเทศของกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เปิดเผยว่า สหรัฐจะเข้าร่วมกับเอไอไอบีก็ต่อเมื่อได้มีการจัดตั้งธนาคารแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่าทีดังกล่าวนั้นมีขึ้นก็เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าจีนไม่ได้ต้องการที่จะท้าทายธนาคารโลกแต่อย่างใดครับ

ขณะที่ทางด้านรัฐบาลสหรัฐก็ออกปากว่าจะสนับสนุนให้ค่าเงินหยวนของจีนรวมอยู่ในตะกร้าเงินเอสดีอาร์ของไอเอ็มเอฟด้วย ซึ่งเป็นท่าทีใหม่ที่สหรัฐไม่เคยแสดงออกมาก่อนครับ ที่ผ่านมาเห็นเอาแต่วิจารณ์ไปในทางลบ ทั้งนี้ในปัจจุบันมีค่าเงินไม่กี่สกุลที่อยู่ในตะกร้าเงินอันสุดพิเศษของไอเอ็มเอฟนี้ ก็มีเงินเหรียญสหรัฐ เงินเยนญี่ปุ่น เงินยูโร และปอนด์อังกฤษ

ดูเหมือนว่าการพบปะกันในครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐจะหวานชื่นเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

ขอให้เบื้องหลังหวานชื่นอย่างนี้ต่อไปก็จะดีต่อโลกครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ