
เรื่องกล้วยๆ
ผมมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่มา 30 กว่าปีแล้ว
โดย...สมชาย สกุลสุรรัตน์
ผมมีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่มา 30 กว่าปีแล้ว เป็นที่ดินที่ผมได้มาเพราะโชคหรืออะไรก็ว่าไป ทำให้ซื้อได้ราคาถูก เนื่องจาก ของที่ดินแปลงนี้เคยเป็นที่ตาบอด เผอิญผมไปซื้อที่แปลงที่ปิดทางเข้าออกเขาอยู่ เจ้าของที่ดินเดิมเลยพยายามมายัดเยียดขายที่ดินของเขาให้ผม ด้วยความสงสารก็เลยซื้อเก็บไว้ กั้นรั้ว ถมดิน และลืมไปเป็นเวลา 10 กว่าปีได้
ตอนนี้พอเริ่มเป็นราษฎรอาวุโสกับเขาบ้าง พอมีเวลาไปดูแล คิดว่าจะทำอย่างไรกับที่ดินแปลงนี้ มีเพื่อนฝูงญาติพี่น้องให้ไอเดียมากมาย แต่ท้ายสุดผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้ที่ดินแปลงนี้ปลูกกล้วยครับ
สาเหตุคือ พักหลังนี้กล้วยกลายเป็นอาหารยอดฮิตขึ้นมา เพราะมีการโพสต์คุณประโยชน์ทางอาหารของกล้วยมากมาย และคงเพราะประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุคคนสูงวัยมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นหลังสงครามอย่างผมที่เริ่มระวังรักษาสุขภาพมากขึ้น และเริ่มกินอะไรแข็งๆ เหนียวๆ ไม่ได้ เลยหันมากินกล้วยแทน ทำให้กล้วยน้ำว้าดีๆ ราคาหวีละ 35-45 บาท ยิ่งกล้วยน้ำว้ามียี่ห้อขายส่งหวีละ 59 บาท ส่วนกล้วยหอมยิ่งแพงขึ้นไปอีก ส่งหวีละ 130 กว่าบาท และที่แพงอย่างไม่น่าเชื่อคือ กล้วยไข่ลูกเล็กๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ราคาแพงไม่แพ้กล้วยน้ำว้าดีๆ ลูกใหญ่ๆ
ผลจากการที่กล้วยราคาแพงและซื้อเป็นหวีกินไม่ทันสุก เลยทำให้มีบริษัทแห่งหนึ่งนำไปบรรจุใส่ถุงพลาสติกประทับตราสวยงาม ขายลูกละ 12 บาท ซึ่งต้องชมเชยว่ามีความคิดริเริ่ม และมีแนวคิดด้านการตลาดฉีกแนวได้ดีมาก เพราะแต่ไหนแต่ไรมาคนไทยต้องซื้อกล้วยกินเป็นหวี กินครึ่งทิ้งครึ่ง ซึ่งถ้ากล้วยราคาถูกเหมือนสมัยก่อนก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าราคาขนาดนี้ คงเป็นอะไรที่น่าเสียดาย
พอกินกล้วยราคาแพงหลายวันเข้า ผมเลยได้เกิดความฉลาดขึ้น คงเพราะกินกล้วยเข้าไปมาก ว่าไหนๆ มีที่ดินอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรก็สู้เอาไปปลูกกล้วยกินดีกว่า ทั้งๆ ที่มีคนทักว่าปลูกไปไม่คุ้ม กินไม่ทันอยู่ดี มีลูกแล้วจะเอาไปขายใคร ใครจะตัดเครือกล้วยให้ ใครจะแบกกล่อง ใครจะจัดการกับต้นกล้วยที่ตัดเครือไปแล้ว แล้วทำไมจะมาเสี่ยงตายโดนงูกัดในสวนกล้วย อะไรอีกสารพัดที่จะจูงใจให้ผมทิ้งที่ดินไว้ปลูกหญ้าคา และตากแดดเล่นต่อไป
เชื่อไหมครับว่า พอตัดสินใจว่าจะปลูกกล้วย ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยก็กลับมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กินกล้วยที่ปลูก แค่การได้เรียนรู้วิธีการปลูกกล้วย ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ และอื่นๆ อีกสารพัด ล้วนแล้วแต่ทำให้สมองที่เริ่มจะเป็นอัลไซเมอร์กลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง ทำให้รู้ว่าการปลูกกล้วยให้ดีนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องกล้วยๆ และต้องมีการบริหารจัดการที่ดี
นอกจากกระตุ้นสมองแล้ว ยังช่วยทำให้สุขภาพร่างกายดีขึ้น แค่เดินไปเดินมาดูต้นกล้วย ตากแดด ตากลม เป็นประจำทุกวัน ก็ทำให้อาการโรคภูมิแพ้ที่เป็นมานานหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องกินยาป้องกัน ยารักษาอาการภูมิแพ้ให้เสียสุขภาพและเสียสตางค์ซื้อ น้ำหนักตัวลดและคุมได้ ยิ่งผนวกกับการออกกำลังกายประเภทอื่น เช่น การขี่จักรยานด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกแข็งแรงกระฉับกระเฉงขึ้นกว่าสมัยหนุ่มๆ เมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว
พอคิดได้ว่าจะปลูกกล้วย ก็เลยคิดถึงเรื่องน้ำ เพราะคงจะปลูกกล้วยโดยน้ำประปาไม่ไหว จึงจ้างรถตักมาขุดบ่อน้ำไว้บ่อหนึ่ง ตอนนั้นนอกจากจะคิดปัญหาเรื่องน้ำที่จะให้รดต้นกล้วยแล้ว ยังแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังเวลาฝนตกหนักๆ ได้อีก แทนที่ฝนตกแล้วจะเฉอะแฉะ ตอนนี้ผมภาวนาให้ฝนตกทุกวันน้ำจะได้เต็มบ่อที่ขุดไว้
พอขุดบ่อเสร็จก็เริ่มโครงการใหม่ คือ โครงการเลี้ยงปลา ปัญหาของผม คือ ถ้าเลี้ยงปลาแล้ว คงกินหรือขายปลาที่เลี้ยงไว้ไม่ลง ซ้ำยังต้องเสียเงินจ่ายค่าอาหารเม็ดให้ปลากินอีกต่างหาก คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจได้ว่าจะเลี้ยงปลาไว้เพื่อดูเล่นแทนเลี้ยงไว้กิน ทุกฝ่ายในบ้านก็เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างมหัศจรรย์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
พอจบเรื่องปลา ก็เกิดโปรเจกต์ใหม่ว่าจะไปซื้อลูกเป็ดมาเลี้ยง ซึ่งเหมือนกับปลา รับว่าผมไม่ยอมกินเป็ดหรือไข่เป็ดที่เลี้ยง เพราะกินไม่ลงเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน ท้ายที่สุดก็ลงเอยว่าจะไปซื้อลูกเป็ดที่สวนจตุจักรมาเลี้ยงไว้ดูเล่นตอนมันว่ายน้ำเหมือนปลา ให้มันแก่ตายไปเอง ส่วนไข่ก็ให้มันฟักเป็นตัวหรือปล่อยให้เน่าไปตามธรรมชาติ
เรื่องไม่จบแค่นี้ครับ เพราะพอลูกสาวที่ทำงานอยากเข้ามาทำสวน เลยนึกอยากปลูกผักไว้กินเองบ้าง โดยมีเงื่อนไขว่าพ่อต้องขุดแปลงผักให้ เธอจะไปหาซื้อเมล็ดผักมาโรยให้ ถ้าพ่อทำไม่ไหว ก็ให้ไปจ้างใครมาทำให้ เพราะเธอจะไม่ยอมให้ผิวเสียเพราะปลูกผักเป็นอันขาด
เมื่อคุณลูกค้าจะเอาอย่างนี้ ผมก็ต้องรับบัญชามาทำแปลงปลูกผักให้ต่อไป ก็หวังว่าหลังจากนี้ไม่นานจะมีกล้วยที่ปลูกไว้กิน มีตำลึงเลื้อยอยู่บนรั้วไว้เก็บยอดกิน มีมะกรูด มะนาว ตะไคร้ ข่า พริก ที่คนงานก่อสร้างปลูกไว้ให้เก็บทำต้มยำกุ้ง มีปลาและเป็ดว่ายน้ำให้ดูเล่น และมีไก่ชนฝูงหนึ่ง 10 กว่าตัวที่เกิดจากพ่อแม่ไก่คู่เดียว กับขันให้ฟังทุกเช้า แค่คิดก็มีความสุขตามประสาคนแก่
ที่ผมทึ่งอีกอย่าง คือ ความสามารถของคนงานก่อสร้างจากภาคอีสานที่มาสร้างบ้านพักให้ผมบนที่ดินแปลงนี้ กล่าวคือ แกสามารถยังชีพอยู่ได้เป็นปีโดยไม่ต้องหาซื้ออาหารราคาแพงมากิน คือ แกกินยอดใบไม้เกือบทุกอย่างที่ขวางหน้า ตั้งแต่กระถิน ใบมะรุมที่ปลูกไว้หลายต้นมาก และอีกสารพัดใบที่เอาไปลวกจิ้มน้ำพริก จิ้มปลาร้า ไปทอดแห แทงปลาจากบึงน้ำในหมู่บ้านมาเผากิน และเวลาผมเผลอก็จับไก่ชนที่เลี้ยงไว้ไปทำลาบไก่ ทั้งๆ ที่ผมสั่งห้ามว่าถ้าอยากกินไก่ให้ออกไปซื้อไก่ย่างที่ริมถนนหน้าหมู่บ้านก็แล้วกัน จะออกเงินให้ แต่มีเงื่อนไขห้ามกินไก่ที่แกเลี้ยงไว้ในบ้านผม
พอดูไปดูมา ผมเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองชักจะเริ่มโครงการเกษตรแบบเพียงพอตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่รู้ตัว และผลที่ได้ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจอย่างที่ไม่คาดหวังมาก่อน เพราะตอนเริ่มแต่คิดจะปลูกกล้วยกิน เพราะกล้วยในซูเปอร์มาร์เก็ตราคาแพงเท่านั้นเอง
ก็ขอจบเรื่องกล้วยๆ เพียงเท่านี้ ใครที่ว่างๆ อยู่ก็ลองทำบ้างก็ไม่ผิดกติกา
ส่วนผมเองก็เอาตัวรอด มีเรื่องเขียนให้ท่าน(ทน)อ่านไปได้อีกอาทิตย์หนึ่ง







