
ติงรัฐอัดฉีดงบตำบลละ5ล้าน ทำแต่โครงการไม่กระตุ้นศก.
อดีตเลขาฯ หอการค้าอีสานติงอัดงบตำบลละ 5 ล้าน ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจล้วนโครงการเก่า
อดีตเลขาฯ หอการค้าอีสานติงอัดงบตำบลละ 5 ล้าน ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจล้วนโครงการเก่า
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา และอดีตเลขาธิการหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า รัฐบาลอัดฉีดงบลงสู่ท้องถิ่นตำบลละ 5 ล้านบาททั่วประเทศ รวมกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่จะใช้งบก่อสร้างถนนและขุดสระน้ำ ซึ่งมองว่าไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามเป้าที่วางไว้ได้
นายทวิสันต์ กล่าวว่า การอัดฉีดงบลงสู่ท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน ทำให้แต่ละตำบลไม่มีเวลาคิดโครงการที่เป็นประโยชน์รูปแบบอื่น แต่ละตำบลเสนอการสร้างถนนหรือขุดสระ ซึ่งเป็นโครงการที่คุ้นเคยและไม่ต้องคิดอะไรยุ่งยาก ทั้งที่จริงรัฐบาลควรจะให้เวลาแต่ละตำบลไปทำประชาคมก่อนว่ามีโครงการอะไรบ้างที่จะช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ดีที่สุด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรจะมีเงื่อนไขว่า ถ้าตำบลไหนจะสร้างถนนหรือขุดสระน้ำ ควรจะให้มีการจ้างงานประชาชนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 80% แต่หากปล่อยให้ใช้เงินตามใจชอบโดยไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ ผลประโยชน์ก็คงจะตกไปอยู่กับผู้รับเหมารายใหญ่ที่มีกำลังมากกว่าผู้รับเหมาในท้องถิ่น ซึ่งจะไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามที่รัฐบาลหวังเอาไว้
“ช่วงนี้ต้องถือว่าเศรษฐกิจของไทยอยู่ในขาลง ทั้งในเรื่องส่งออกและเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พูดว่า ภาคการส่งออกของไทยเปรียบเหมือนคนเป็นโรคเกาต์ที่ต้องรักษากันไป ส่วนเศรษฐกิจชนบทเหมือนคนกำลังถังแตก จึงต้องรีบส่งเงินให้เพื่อแก้ไขเร่งด่วน แต่ที่สำคัญการรีบให้เงินต้องพิจารณาว่าเรามีเงินหรือกระสุนน้อย หากจะยิงนกต้องเน้น ถ้าไม่เน้นยิงไปสุ่มสี่สุมห้าเงินหมด จะทำให้ไทยถังแตก” นายทวิสันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยเริ่มมีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยคนจนเพิ่มขึ้น สังเกตได้จากยอดการขายรถยนต์หรูปีนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 13% ขณะที่รถยนต์ระดับกลางถึงระดับล่าง ยอดขายลดลง 60-70% ดังนั้นรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ความเหลื่อมล้ำลดน้อยลง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาสังคมตามมาภายหลังแน่นอน







