
"ลองกองสมานฉันท์"...ภารกิจนี้เพื่อพี่น้องปลายด้ามขวาน
ภารกิจรับซื้อ "ลองกอง" ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่อง...อินทรชัย พาณิชกุล /ภาพ...ประพันธ์ ฤทธิวงศ์, เฟซบุ๊ก ร่วมด้วยช่วย 3 จว.ชายแดนใต้
ในวันที่ลองกองราคาตกต่ำ บวกกับสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้ชาวบ้านทำมาค้าขายลำบาก พ่อค้าก็ไม่กล้าเดินทางเข้าไปรับซื้อ ความเดือดร้อนจึงกระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
พระครูวรปัญญาประยุต เจ้าอาวาสวัดราษฏร์สโมสร อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะสู้อุตส่าห์ลงทุนลงแรงเพาะปลูก รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ดูแลจนผลผลิตงอกงาม สุดท้ายกลับขายได้ในราคาที่ขาดทุนย่อยยับ
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงผุดไอเดีย "รับซื้อลองกอง" เพื่อส่งขึ้นรถไฟไปขายยังกรุงเทพมหานคร ภายใต้ความหวังที่อยากจะบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมให้สามารถลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
"แนวคิดนี้มาจากการที่อาตมาเห็นว่าราคาลองกองตกต่ำมาก เหลือกิโลละ 2 บาทเท่านั้น เจ้าของสวนเดือดร้อนกันหมดเพราะขาดทุน แค่ค่าจ้างตัดก็กิโลละ 3 บาทแล้ว ไหนจะค่าบรรทุกค่าขนส่งอีก แล้วจะเหลืออะไร อาตมาจึงหารือกับทหารที่มาอารักขาดูแลวัดซึ่งรู้จักกับญาติโยมในกรุงเทพที่มีทุนทรัพย์ในการช่วยรับซื้อลองกองของจากชาวบ้าน เขาก็เลยเป็นธุระให้ หน้าที่ของอาตมาคือเป็นคนกลางคอยประชาสัมพันธ์บอกกล่าวแก่พี่น้องในพื้นที่ อ.รือเสาะ และ อ.ศรีสาครว่า ใครมีลองกอง และลำบากอยู่ ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ก็ให้เอามาขายที่วัด"
ปิ๊กอัพขนลองกองสีเหลืองเต็มคันรถแล่นมาจากทุกทิศทุกทาง มุ่งหน้าสู่วัดราษฏร์สโมสร ชาวบ้านทยอยขนลงมารวมกันที่ลานวัด ขณะที่พระครูวรปัญญาประยุต พร้อมพระลูกวัด ลูกศิษย์ลูกหาใกล้ชิด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร จะช่วยกันตกลงราคา บรรจุกล่อง ก่อนนำไปที่สถานีรถไฟรือเสาะเพื่อส่งต่อมายังกรุงเทพฯ
เริ่มรับซื้อวันแรก 17 ก.ย. จนบัดนี้สามารถรับซื้อจากชาวบ้านมาแล้วกว่า 41,225 กิโลกรัม เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 704,700 บาท
"วัตถุประสงค์ในการรับซื้อ เราจะไม่ไปแย่งราคาซื้อกับบุคคลภายนอกเป็นอันขาด ใครเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่รู้จะขายที่ไหน ถูกกดราคา ก็ขนมาขายที่นี่ ส่วนใครที่มีลูกค้าหรือขายได้ราคาดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยเขา เราไม่แย่งแข่งขันกับใคร ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง จะมีการตกลงราคาที่เหมาะสม เป็นราคาที่เขาพอได้กำไรเล็กๆน้อยๆ ทางวัดเองก็ไม่ขาดทุน หักค่าใช้จ่ายแล้วถ้ายังพอเหลือบ้างก็เอามาสมทบทุนสร้างโบสถ์ สร้างพระประธาน นี่ตั้งใจจะทำถึง 29 ก.ย.นี้ แต่ปรากฏว่าพอข่าวออกไป ลูกค้าที่มีจิตอาสาโทรเข้ามามากมายจนออเดอร์ยาวเหยียดไปถึงเดือนต.ค.แล้ว แม้แต่คนไทยในเยอรมันยังโทรมาสั่ง บางคนถึงกับเสนอให้ไปขายที่ศูนย์ราชการ จะหาทำเลให้อย่างดีโดยไม่คิดเงิน อาตมาก็บอกไปว่าไม่ได้ตั้งใจทำมาค้าขาย แค่อยากบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเท่านั้น"
ณ ปลายทางที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ทุกๆวันตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป จะมีเจ้าหน้าที่ทหารนำโดย จ.ส.อ.วารินทร์ นาคสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่นำลูกน้องยกกล่องลองกองลงจากโบกี้ ก่อนนำส่งให้ประชาชนที่โทรสั่งซื้อมารับกลับบ้านด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้สนับสนุนการขนส่งลองกองในอัตราพิเศษด้วย
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ต่างช่วยกันยก ช่วยกันแบก ช่วยกันนับอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ
"อาตมาทำตรงนี้ถือเป็นงานด้านสังคมสงเคราะห์ ช่วยคนเดือดร้อนให้พอมีจะกิน พออยู่ได้ บางคนทำสวน ต้องรดน้ำ ใส่ปุ๋ย ดูแลตกแต่ง แต่ถึงเวลากลับขายไม่ได้ คิดดูว่าพวกเขาจะลำบากขนาดไหน เราช่วยได้เพียงนิดหน่อยก็ภูมิใจแล้ว เหมือนแสงหิ่งห้อยให้แสงสว่างนิดๆหน่อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
"สิ่งที่อาตมาชื่นใจที่สุดคือ สามารถทำให้เกิดความเข้าอกเข้าใจกันได้ระหว่างพี่น้องไทยพุทธกับมุสลิม ทางวัดรับซื้อลองกอง จากทุกคนโดยไม่เลือกศาสนา ให้ราคาเท่ากันอย่างเสมอภาค อาตมาอยากจะสร้างความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนเรื่องกำไรไม่เคยคำนึงถึงเลย"
ภารกิจรับซื้อลองกองครั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรในสามจังหวัดภาคใต้ ยังมีส่วนในการสร้างบรรยากาศสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ประชาชนท่านใดที่สนใจจะสั่งซื้อลองกองสามารถแจ้งจำนวนกล่องที่ต้องการและชื่อของผู้จองได้ได้ที่ จ.ส.อ.วารินทร์ นาคสวัสดิ์ โทรศัพท์ 083-625-6074 บรรจุกล่องละ 10 กิโลกรัม ราคากล่องละ 300 บาท







