
เว้นภาษี15ปี
เปิดช่องคลังเว้นภาษีอุตสาหกรรมเป้าหมายสูงสุด10-15 ปี หนุนคลัสเตอร์อนาคต
เปิดช่องคลังเว้นภาษีอุตสาหกรรมเป้าหมายสูงสุด10-15 ปี หนุนคลัสเตอร์อนาคต
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการส่งเสริมนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ในพื้นที่เป้าหมาย ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมให้เกิดความเชื่อมโยงกันทั้งการผลิต แหล่งวัตถุดิบ การพัฒนางานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันเป็นห่วงโซ่การผลิตสร้างความแข็งแกร่ง
“แนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบนี้เป็นการคิดใหม่ จากเดิมที่ให้สิทธิประโยชน์บีโอไอแล้วกระจายไปในพื้นที่ต่างๆ แต่ปัจจุบันบางอุตสาหกรรมต้องให้สิทธิประโยชน์เพิ่ม เพราะต้องแข่งกับประเทศอื่นๆ” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ หากมองพื้นที่ไหนมีศักยภาพ เช่น ภาคอีสานเหมาะกับการแปรรูปข้าวระดับสูง ในอนาคตจะเป็นแหล่งผลิตข้าว เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมไปถึงการแปรรูปข้าวจะทำให้เกิดการแข่งขันได้ แทนที่จะให้ปลูกข้าวไปทั่วทุกแห่งโดยไม่มีจุดเด่นเลย หลักคิดแบบนี้เริ่มใช้ในหลายประเทศแล้ว ประเทศไทยอาจจะเริ่มช้า แต่คงไม่ช้าเกินไป
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์สูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 10-15 ปี ที่จะให้สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายโดยเฉพาะในกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ 6 กลุ่ม คือ1.ยานยนต์และชิ้นส่วน 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ 3.ปิโตรเคมี 4.ดิจิทัล 5.เมืองนวัตกรรมอาหาร 6.ศูนย์กลางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นการให้สิทธิประโยชน์ที่สูงกว่ากฎหมายปัจจุบันของบีโอไอสามารถให้ได้สูงสุด 8 ปี และลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% อีก 5 ปี
สำหรับมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี จะสนับสนุนการให้ถิ่นที่อยู่ถาวรสำหรับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำระดับนานาชาติ และอนุญาตให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมได้
อย่างไรก็ตาม การให้สิทธิประโยชน์แต่ละอุตสาหกรรมต้องกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมและออกประกาศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะออกประกาศได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่เพื่อให้เกิดการลงทุนรวดเร็ว จึงได้กำหนดว่ากิจการที่จะได้รับการส่งเสริมตามมาตรการนี้จะต้องขอการส่งเสริมการลงทุนในปี 2559 และลงทุนจริงภายในปี 2560







