
2วันแบงก์ขึ้นดบ.
พายุดอกเบี้ยขย่มไทย กนง.มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.5% ส่งสัญญาณขึ้นมากกว่านี้ กสิกรไทยแย้ม 2 วันรู้ผล
พายุดอกเบี้ยขย่มไทย กนง.มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.5% ส่งสัญญาณขึ้นมากกว่านี้ กสิกรไทยแย้ม 2 วันรู้ผล
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวานผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (อาร์/พี) หรือดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.50% เนื่องจากเห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความชัดเจนขึ้น และน่าจะขยายตัวได้ตลอดทั้งปีนี้
ภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ทั้งปีมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยน่าจะเติบโต 4.35.8% และมีแรงส่งต่อเนื่องไปถึงปีหน้าด้วย เช่นเดียวกับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความจำเป็นในการใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจลดลง
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจดีขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ บวกกับการปรับขึ้นราคาพลังงาน การปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อมากขึ้น โดยในระยะ 8 ไตรมาสข้างหน้ามีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะออกนอกเป้าหมาย 0.53% และมีโอกาสที่จะเกิน 3% การดำเนินนโยบายการเงินจึงต้องดูแลไว้ล่วงหน้า ถึงแม้ว่าปีนี้เงินเฟ้อจะยังไม่สูงมาก
“หากแรงกดดันเงินเฟ้อไม่ลดลงก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปรับแค่ 0.25% ตลอดไป เพราะต้องประเมินภาวะแนวโน้มไปข้างหน้า และการขึ้น 0.25% ยังมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะหลุดกรอบได้” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ ระบุว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน และเพิ่มแรงกดดันเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากส่งออกได้ดี เกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในเกณฑ์ดี
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในอีก 12 วันนี้ ธนาคารอาจมีการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย หลังจาก ธปท.ปรับขึ้น และมีการคาดว่าจะขึ้นไปยืน 2% ในปีนี้ จึงคาดว่าจากนี้ไปจะเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เชื่อว่าดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้นตามทั้งขาเงินกู้และเงินฝาก ในเร็วๆ นี้
นายนริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กล่าวว่า แม้ว่า กนง.จะมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% แต่เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาเอ็กซิมแบงก์จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ส่งออก โดยพร้อมที่จะแบกรับภาระดอกเบี้ยจ่ายของธนาคารที่สูงขึ้น และไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมทุกประเภทจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้







