posttoday
ตามล่าขุมทรัพย์ 5.1 แสนล้าน

ตามล่าขุมทรัพย์ 5.1 แสนล้าน

21 กันยายน 2558

การติดตามหาผู้รับผิดชอบจากอภิมหาทุจริตโคตรโกงนิรันดร์กาล จากโครงการรับจำนำข้าวในยุค พี่คิด-น้องติดคุก กำลังเข้มข้นเข้าใกล้ความจริง ตื่นเต้นเหมือนภาพยนตร์การตามล่าหาขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ซึ่งเมื่อถึงฉากนี้แล้วห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาด

การติดตามหาผู้รับผิดชอบจากอภิมหาทุจริตโคตรโกงนิรันดร์กาล จากโครงการรับจำนำข้าวในยุค พี่คิด-น้องติดคุก กำลังเข้มข้นเข้าใกล้ความจริง ตื่นเต้นเหมือนภาพยนตร์การตามล่าหาขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า ซึ่งเมื่อถึงฉากนี้แล้วห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาด

ภารกิจการตามล่าในครั้งนี้ นำโดยยอดฝีมือกระบี่มือหนึ่งในยุทธจักรกฎหมาย อาจารย์วิษณุ เครืองาม ความสามารถของท่านนั้นไม่ต้องบรรยายสรรพคุณก็เป็นที่ทราบกันดี เพียงแค่ท่านสามารถทำงานรับใช้ได้ทุกฝ่าย ไม่ว่าสีไหน แม้รัฐบาลอำนาจพิเศษก็ยังต้องใช้บริการท่าน

คดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่เกิดความเสียหายจำนวนมากกับรัฐ และคงไม่ใช่คดีสุดท้าย ตราบใดที่นักการเมืองยังวนเวียนอยู่ด้วยการหาผลประโยชน์ ข้าราชการประจำหาเศษหาเลย หาเงินทองจากโครงการต่างๆ ของรัฐ

ถ้ายังจำกันได้ เคยมีคดีที่คาดกันว่าเป็นคดีที่มีความเสียหายสูงสุดแล้ว คือความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ค่าเงินบาทในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 คดีดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นโจทก์ฟ้องคุณเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้รับผิดชอบ ศาลพิพากษาเมื่อปี 2548 ให้ชดใช้ค่าเสียหาย 1.85 แสนล้านบาท เข้าใจว่า จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คงไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมศาลในการอุทธรณ์

กรณีการรับจำนำข้าว คุณวิษณุในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าเสียหายและคณะกรรมการว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จะใช้ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย โดยผลักภาระให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ฟ้องศาลเอง ตามมาตรา 12 ซึ่งบัญญัติว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ให้แก่ผู้เสียหายตามมาตรา 8 หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 10 ประกอบกับมาตรา 8 ให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องรับผิดตามกฎหมายฉบับนี้ หลักๆ คือข้าราชการ ซึ่งมีความหมายรวมทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งเลขาฯ รัฐมนตรี ล้วนแต่อยู่ในข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายฉบับนี้

มือกฎหมายระดับดอกเตอร์ ผู้มีความเชี่ยวชาญ ย่อมไม่พลาดการเลือกใช้กฎหมาย ข้ออ้างของนักกฎหมายฝั่งเพื่อไทยที่อ้างว่า ไม่สามารถใช้กฎหมายความรับผิดทางละเมิดดังกล่าวได้ นั้นเบายิ่งกว่าขนนก

กระบวนการที่จะดำเนินการนั้น เมื่อหน่วยงานของรัฐใช้อำนาจตามมาตรา 12 ดังกล่าวแล้ว จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดชอบทราบ ซึ่งถือเป็นคำสั่งทางปกครอง ฉะนั้น เจ้าหน้าที่จึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาได้ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องรับผิดชอบมีตำแหน่งสูงสุด คือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จึงไม่มีผู้บังคับบัญชาที่จะให้อุทธรณ์ได้ ฉะนั้น ถ้าได้รับคำสั่งให้ชำระเงินแล้วไม่เห็นด้วย จึงมีหนทางเดียวคือ ต้องยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ให้ชำระเงินค่าเสียหาย

การดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยจากการทำละเมิดต่อรัฐตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ดังกล่าว มี 2 แนวทาง คือ ยื่นฟ้องต่อศาลเอง เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เหมือนกับกรณีของอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กับอีกทางหนึ่ง คือใช้อำนาจตามมาตรา 12 เรียกให้ชำระเงิน เป็นการผลักภาระให้เจ้าหน้าที่ไปฟ้องศาลขอเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง โดยที่ผู้ต้องรับผิดชอบมีตำแหน่งสูงสุด ไม่มีผู้บังคับบัญชา จึงต้องฟ้องศาลทันที ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะประวิงคดีให้ล่าช้าในการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา ซึ่งหากวันนี้พรรคเพื่อไทยของทักษิณยังครองอำนาจอยู่ กระบวนการเช่นนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น และแม้จะเกิดขึ้น เรื่องก็จะจบในระดับเจ้าหน้าที่โดยทางการเมืองตามคำสั่งของนักโทษหนีคดี

การผลักภาระให้ยิ่งลักษณ์เป็นผู้ฟ้องคดีเอง คุณวิษณุคงมองเห็นแล้วว่า ยิ่งลักษณ์หรือบุญทรงไม่น่าจะยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพราะคดีที่มีทุนทรัพย์สูงถึง 5.1 แสนล้านบาท จะต้องวางค่าธรรมเนียมศาลถึง 510 ล้านบาท (ค่าธรรมเรียมศาล 2 แสนบาท สำหรับ 50 ล้านแรก ส่วนที่เกินเสียในอัตราร้อยละ 0.1 โดยจำกัดจำนวน)

เงินวางศาล 510 ล้านบาท อย่าว่าแต่เศรษฐีธรรมดาทั่วไปเลย แม้อภิมหาเศรษฐีอย่างนักโทษหนีคดีก็คงต้องคิดหนัก และหากดูบัญชีทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ ที่แจ้ง ป.ป.ช.เมื่อปี 2558 แล้ว เธอแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท หากจะนำเงินมาสู้คดี เท่ากับเทหมดหน้าตัก และโอกาสจะได้คือ ริบหรี่จนแทบจะมองไม่เห็น

ฉะนั้น การเรียกเงินทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจากยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บุญทรงเตริยาภิรมย์ อาจจะเร็วอย่างที่คาดไม่ถึงก็ได้ คือ อาจไม่เกินสิ้นปีนี้ก็ปิดคดีได้แล้ว

นี่แหละครับ ฝีมือระดับเซียนเหยียบเมฆของคุณวิษณุ เครืองาม

ประเด็นต่อไปคือ หากทั้งยิ่งลักษณ์และบุญทรงไม่ยอมชำระ จะต้องบังคับคดียึดทรัพย์มาชำระหนี้ โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 มาตรา 57 ที่บัญญัติว่า คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้นั้นชำระในเวลาที่กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า 7 วัน ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน

สำหรับผู้มีอำนาจยึดนั้น วรรคสองให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ซึ่งผมไม่ทราบว่าจะมีกฎกระทรวงกำหนดรายละเอียดหรือยัง แต่แม้หากยังไม่มี การออกกฎกระทรวงก็ออกได้เองเลยโดยนายกฯ ลุงตู่ ไม่ต้องผ่านสภา

กรรมที่เกิดขึ้นวันนี้ ล้วนมาจากการกระทำของทั้งพี่และน้อง และไม่ว่าพี่หรือน้องก็ไม่อาจหนีกรรมไปได้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ