
สมคิดผนึก ‘ประเวศ’ กระตุ้นฐานรากฟื้นศก.
หลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ชุมชนรากหญ้าผ่านกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศด้วยงบ 6 หมื่นล้านบาท รัฐบาลได้ร่วมกับภาคประชาสังคม จัดงาน “สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ที่เมืองทองธานี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ในฐานะที่ปรึกษากรรมการจัดงาน ร่วมแสดงปาฐกถาผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศ
หลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ชุมชนรากหญ้าผ่านกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศด้วยงบ 6 หมื่นล้านบาท รัฐบาลได้ร่วมกับภาคประชาสังคม จัดงาน “สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ที่เมืองทองธานี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ในฐานะที่ปรึกษากรรมการจัดงาน ร่วมแสดงปาฐกถาผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศ
ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมจากทุกเครือข่าย โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาสังคม นักวิชาการ ตัวแทนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน ประชาชนหลายพันคน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหาความผิดพลาดในอดีตให้ได้ รัฐบาลนี้ไม่มีนโยบายประชานิยม แต่นโยบายต่างๆ ที่ออกมา เป็นสัญญาระหว่างรัฐและประชาชน เดินไปลักษณะประชารัฐเหมือนในเพลงชาติ
“ถ้าเราทำแบบเอาเงินไปให้ทุกครั้งที่มีปัญหา วันหน้าก็จะต้องเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เกิดเป็นบุญคุณ ซึ่งก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แต่รัฐบาลนี้ไม่เคยคิดที่จะมีบุญคุณกับพวกท่าน เพียงแต่ต้องการให้เกิดบุญคุณกับประเทศชาติ” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าทุกฝ่ายสามารถสานพลังเช่นนี้ได้ ประเทศชาติก็จะเจริญเติบโตต่อไปได้ในวันข้างหน้า วันนี้ต้องร่วมมือทำให้เกิดความชัดเจน ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และท้องถิ่น มีส่วนสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก
สมคิด กล่าวว่า รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ต้องการสร้างความเข้มแข็งให้กับฐานรากประเทศ เพื่อให้ยืนอยู่บนขาสองขาที่แข็งแกร่ง ขาหนึ่งคือประชาชน 70 ล้านคน และอีกขาคือความสามารถของประเทศในการแข่งขันกับชาวโลก
ทั้งนี้ วันที่ประกาศนโยบายลงไปที่ฐานราก มีนักวิเคราะห์ต่างชาติเขียนออกมาว่า การใช้นโยบายลงไปที่ฐานรากสู่ชุมชนท้องถิ่น มันไม่ใช่ช่วยเพิ่มจีดีพี มันต้องไปลงทุนโครงสร้างพื้นที่ จีดีพีจึงก้าวกระโดด
“ฝากสื่อบอกฝรั่งคนนั้นว่า กลับไปเรียนหนังสือใหม่ ถ้าความรู้ไม่พอ ไม่รู้จักเมืองไทยอย่าริอาจเสนอหน้ามาสอนประเทศไทย” รองนายกฯ กล่าว
สมคิด กล่าวว่า การแก้ปัญหาครั้งนี้ รัฐบาลจะเอาความแข็งแกร่งทั้ง 3 ภาค ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน มาประสานซึ่งกันและกัน ซึ่งควรมีคณะกรรมการร่วมมือกันระหว่าง 3 ภาคส่วน เพื่อให้เขยื้อนประเทศไทยให้ได้
นพ.ประเวศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยตกอยู่ในภาวะเหมือนกับเกิดหลุมดำขนาดใหญ่ซึ่งมาจากภาวะวิกฤต 6 ด้าน ได้แก่ การเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมศีลธรรม และการพัฒนาคุณภาพคน ในทุกด้านๆ ล้วนมีปัญหาและเป็นตัวถ่วงการพัฒนาของประเทศ
วิธีการแก้ จะต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ โดยให้ความสำคัญกับภาคส่วน เป็นประชารัฐที่ขับเคลื่อนแก้ปัญหาของประเทศไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ประชาสังคม
ขณะเดียวกัน เรื่องของเศรษฐกิจถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะมีการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ควรนำแนวคิดเรื่องของวิสาหกิจชุมชนไปผนึกรวมกับการท่องเที่ยวชุมชน และการสร้างสัมมาชีพให้เต็มพื้นที่ของประเทศ ดึงทั้ง 8 หมื่นหมู่บ้าน 8,000 ตำบล และ 77 จังหวัด มาพัฒนาในรูปแบบดังกล่าว







