
ค้ำเสากู้7แสนล.
คลังเดินหน้าเร่งดันกฎหมายกู้ 7.2 แสนล้าน หวังดึงเชื่อมั่นจากบริษัทเครดิตเรตติ้ง
คลังเดินหน้าเร่งดันกฎหมายกู้ 7.2 แสนล้าน หวังดึงเชื่อมั่นจากบริษัทเครดิตเรตติ้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมข้อมูลถึงความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.บ.บริหารจัดการหนี้ 7.2 แสนล้านบาท และประโยชน์ในการออกกฎหมายดังกล่าว เสนอให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อพิจารณา หลังจากที่ รมว.คลัง มีความเห็นว่าควรระงับการออกกฎหมายดังกล่าวเพราะรัฐบาลมีกระแสเงินสดมาก ไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม
ทั้งนี้ รัฐบาลจะได้ประโยชน์จากการวางแผนบริหารจัดการหนี้ดังกล่าวที่เป็นหนี้ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่แล้ว 5.2 แสนล้านบาท หนี้ที่เกิดจากการกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และใช้หนี้กองทุนประกันสังคม จะทำให้เห็นว่ารัฐบาลมีวินัยด้านการเงินการคลัง สามารถจะชำระหนี้จำนวนนี้ได้หมดภายใน20 ปี ซึ่งจะส่งผลดีต่ออันดับเครดิตของประเทศ
“หากอันดับเครดิตประเทศยังทรงตัวในระดับสูง จะเป็นประโยชน์ในการระดมทุนให้ได้ต้นทุนต่ำ” แหล่งข่าวเปิดเผย
นอกจากนี้ การกู้เงินมาชำระหนี้ให้ ขสมก. และ รฟท. วงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท จะทำให้งบการเงินของทั้งสองแห่งกลับมาเข้มแข็ง ขณะที่การกู้เงิน 5-6 หมื่นล้านบาท ชำระหนี้กองทุนประกันสังคม จะทำให้กองทุนประกันสังคมสามารถหาผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้น
แหล่งข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความกังวลต่อปัญหาหนี้สาธารณะมาก โดยไม่ต้องการให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สูงเกิน 50% โดยกำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงคมนาคมปรับแผนการลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบพีพีพีมากขึ้น เพราะไม่อยากให้มีการมองว่ารัฐบาลนี้เข้ามาสร้างหนี้ให้เป็นภาระของลูกหลาน
“ในปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลมีภาระต้องกู้เงินถึง 9 แสนล้านบาท เป็นการกู้เงินใหม่เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 3.9 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นการกู้เพื่อบริหารหนี้เดิมที่มีอยู่ ปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยมีอยู่ 5.68 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.58% ของจีดีพี” แหล่งข่าวเปิดเผย







