
‘นักเมกเกอร์’ ผู้ขับเคลื่อนโลกยุคดิจิทัล
“เมกเกอร์” (Maker) อาจเป็นคำที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยมากนักและยังจำกัดอยู่แต่เฉพาะในกลุ่มผู้สนใจเท่านั้น
โดย...วีณา ยศวังใจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
“เมกเกอร์” (Maker) อาจเป็นคำที่ยังไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยมากนักและยังจำกัดอยู่แต่เฉพาะในกลุ่มผู้สนใจเท่านั้น แต่มาในระยะหลังคำนี้ก็เริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้นในสื่อต่างๆ และค่อยๆ ขยายวงกว้างออกไปในสังคมไทย ขณะที่เมกเกอร์ในต่างประเทศก็กำลังได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากวัฒนธรรม DIY สู่ ‘วัฒนธรรมเมกเกอร์’
ก่อนหน้านี้ ผู้คนในสังคมไทยได้รู้จักและคุ้นเคยกับวัฒนธรรม DIY (Do It Yourself) หรือการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาด้วยตัวเองจากความคิดสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่เป็นงานศิลปะ งานทำมือ ซึ่งวัฒนธรรม DIY นี้เองที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมเมกเกอร์ (Maker Culture) ที่ผู้คนชอบประดิษฐ์หรือซ่อมแซมสิ่งของต่างๆ ด้วยตัวเอง
เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นและผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมโอเพ่นซอร์สที่สามารถใช้ได้ฟรี หรือเครื่องพิมพ์สามมิติที่มีราคาถูกลง ทำให้เหล่าเมกเกอร์สามารถสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์เพื่อใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย รวมถึงสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้มากขึ้น
นอกจากนั้น เมกเกอร์ยังมีความสุขกับการแบ่งปันความรู้ที่ตัวเองสร้างสรรค์ขึ้นให้แพร่หลายไปสู่สังคม พบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ดังนั้นการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันของเมกเกอร์ ส่งผลให้วัฒนธรรมเมกเกอร์ค่อยๆ ถูกหล่อหลอมขึ้นและมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ก่อเกิดเป็น “ขบวนการเมกเกอร์” (Maker Movement) ที่คาดหมายกันว่าอาจเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและสังคมแห่งนวัตกรรม
‘เมกเกอร์สเปซ’ บ่มเพาะไอเดียสู่ธุรกิจทำเงิน
แม้ว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานของเมกเกอร์จะมีราคาถูกลง แต่เทคโนโลยีบางอย่างก็ยังมีราคาสูงเกินกว่าที่เมกเกอร์ทุกคนจะมีไว้ครอบครองได้ และเมื่อวัฒนธรรมเมกเกอร์เริ่มแผ่ขยายออกไปในวงกว้าง ความต้องการพื้นที่ทำงานของเหล่าเมกเกอร์ก็มีมากขึ้นด้วย
ดังนั้น เมกเกอร์สเปซ (Maker Space) จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ทำงานของเหล่านักเมกเกอร์ มีเครื่องไม้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้บริการ มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันนี้มีเมกเกอร์สเปซเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
จากงานอดิเรกที่ทำด้วยความชื่นชอบ เมกเกอร์สามารถต่อยอดผลงานของตัวเองให้เป็นธุรกิจสร้างรายได้ ด้วยเอกลักษณ์ของงานที่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเพาะและเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคนได้ ซึ่งไม่สามารถทำได้ในการผลิตแบบอุตสาหกรรม รวมถึงการพัฒนาผลงานขึ้นเป็นธุรกิจผ่านการระดมทุนจากมวลชน (Crowdfunding)
ในปี 2013 บริษัท Maker Media ร่วมกับ Deloitte ได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับผลกระทบของขบวนการเมกเกอร์ที่มีต่อเศรษฐกิจ โดยระบุว่า มีสินค้าจากเมกเกอร์ที่ซื้อขายกันในร้านค้ามากกว่า 1 ล้านแห่ง รวมมูลค่าสูงถึง 1,350 ล้านเหรียญสหรัฐ
วัฒนธรรมเมกเกอร์จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะเป็นตัวจุดประกายให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อันเป็นพื้นฐานของการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Maker Faire งานแฟร์ของมนุษย์เมกเกอร์
กุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า งานของเมกเกอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะงานด้านวิศวกรรมหรืองานที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงหรืออุปกรณ์ที่ไฮเทคเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงงานประดิษฐ์ด้านอื่นๆ ด้วยการใส่ความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ลงไปด้วย เช่น งานที่ใช้พลาสติก อิเล็กทรอนิกส์ หรือโลหะ รวมถึงผ้า กระดาษ เซรามิก ไม้ หรือแม้แต่อาหาร
“การเกิดขึ้นของเมกเกอร์สเปซตลอดจนการจัดงานต่างๆ เพื่อให้เมกเกอร์ได้มาพบปะกัน เช่น งานเมกเกอร์แฟร์ (Maker Faire) มีส่วนช่วยส่งเสริมผลงานของเมกเกอร์ให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว” กุลประภา กล่าว
งานเมกเกอร์แฟร์หรืองานแสดงผลงานของเหล่านักเมกเกอร์ถือกำเนิดขึ้นที่สหรัฐก่อนที่จะขยายออกไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และในเดือน ก.พ. 2557 ประธานาธิบดี บารัก โอบามา มีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้จัดงานเมกเกอร์แฟร์ในทำเนียบขาวเป็นครั้งแรก และได้จัดขึ้นในเดือน มิ.ย.ปีเดียวกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเมกเกอร์ที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้เป็นอย่างดี
เพื่อให้คนไทยรู้จักเมกเกอร์มากขึ้นและส่งเสริมวัฒนธรรมเมกเกอร์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย สวทช. จึงได้ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จัดงาน Bangkok Mini Maker Faire ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 26–27 ก.ย. 2558 ณ ลานหน้าฮาร์ดร็อคคาเฟ่ สยามสแควร์ ซอย 11
ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปเจ๋งๆ จากบรรดาเมกเกอร์แถวหน้าของเมืองไทยมาให้ได้ลองเล่นกัน งานนี้ห้ามพลาดดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokmakerfaire.com







