
มะพร้าวไทยมหัศจรรย์ วิชั่นแปรรูปเกษตรบุกโลก
จากลูกจ้างขายมะพร้าวในยุคพ่อที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านการค้าการขาย กระทั่งเปิดร้านขายมะพร้าว
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
จากลูกจ้างขายมะพร้าวในยุคพ่อที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านการค้าการขาย กระทั่งเปิดร้านขายมะพร้าวด้วยเงินทุนเพียงเล็กน้อย แต่ด้วยวิชั่นหรือวิสัยทัศน์ที่มองกว้างไกลของ “อำพล เทพผดุงพร” ถึงอนาคตธุรกิจสินค้าเกษตรแปรรูปจะเป็นที่ต้องการของตลาดโลก จึงพลิกธุรกิจจากมะพร้าวด้วยการปลุกปั้นกะทิสำเร็จรูป “ชาวเกาะ”
อภิศักดิ์ เทพผดุงพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกะทิชาวเกาะ กล่าวว่า รุ่นแรกของเทพผดุงพรมะพร้าว เป็นรุ่นของอากงอาม่า เป็นคนจีนจากเมืองซัวเถา เดินทางเข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทย โดยอากง “โคก แซ่ตั้ง” และอาม่า “เกียว แซ่ล้อ” ค่อนข้างมีฐานะที่ดีเลยทีเดียว เข้ามาเปิดร้านขายข้าวสาร ซึ่งเรียกว่าเป็นเถ้าแก่นั่นเองในยุคนั้น
สำหรับจุดเริ่มต้นของธุรกิจกะทิชาวเกาะเริ่มต้นจากพ่อ “อำพล เทพผดุงพร” เรียนจบแค่ชั้น ป.4 เท่านั้นในสมัยโน้น จากนั้นก็มาเป็นลูกจ้างขายมะพร้าว ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว เพราะต้องใช้แรงงาน แต่พอเป็นลูกจ้างนานพอสมควร รู้จักเก็บเล็กผสมน้อยเกี่ยวกับการค้าการขาย จึงคิดอยากจะทำกิจการของตัวเองบ้าง
แรกเริ่มของการทำธุรกิจ พ่อไม่มีเงินทุนเลย จึงตัดสินใจใช้เงินจากทางครอบครัวภรรยา หรือจรีพร แซ่ตั้ง ซึ่งจบชั้น ป.4 เหมือนกัน โดยนำเงินมาลงทุนในเบื้องต้นก่อน ครอบครัวของเราเริ่มทำธุรกิจค้าขายส่งขายปลีกมะพร้าวลูก ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยอาศัยอยู่ในฝั่งธนบุรี สมัยนั้นเป็นห้องแถวเพียงสองคูหาที่สี่แยกมหานาค ริมคลองผดุงกรุงเกษม เพียงเล็กๆ เท่านั้น
ในช่วงนั้นกิจการของครอบครัวถือว่าดีมาก เพราะธุรกิจยังไม่มีคู่แข่งเลย จากนั้นพ่อจึงได้ตัดสินใจย้ายจากร้านค้าเดิมมายังที่ตั้งปัจจุบัน บนถนนมหาราช ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยใช้ชื่อว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมมะพร้าว เหตุผลที่ตัดสินใจย้ายร้านค้า เพราะต้องใช้เรือขนเป็นพาหนะส่งสินค้าให้ลูกค้าเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นความชาญฉลาด ส่วนหนึ่งช่วยประหยัดค่าขนส่งและยังส่งของได้เร็ว
ต่อมาเมื่อทำธุรกิจได้ในระยะหนึ่ง การแข่งขันเริ่มสูงขึ้น มีผู้ประกอบการอื่นๆ เข้ามาทำธุรกิจมะพร้าวเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จากเดิมเคยส่งสินค้าทั้งทางเหนือทางใต้ ตะวันออก ตะวันตก แต่กลายเป็นว่ามีคนเปิดขายมะพร้าวในแต่ละภาคมากขึ้น ยอดขายจึงลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างแย่เหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับทำให้ธุรกิจต้องล้ม
ท่ามกลางวิกฤตย่อมมีโอกาสอยู่เสมอ และจากประสบการณ์ที่ยาวนานในการทำธุรกิจเกษตร พ่อจึงตัดสินใจเข้าสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ด้วยความคิดเฉียบคมของพ่อมองอนาคตข้างหน้าว่า ธุรกิจแปรรูปอาหารจะเป็นที่ต้องการทั้งภายในประเทศและโลก เพราะอาหารเป็นปัจจัยที่ 4 ของคนที่ขาดไม่ได้
นั่นคือจุดพลิกผันของเทพผดุงพรมะพร้าวจากสินค้าเกษตรมาสู่สินค้าเกษตรแปรรูป ในสมัยนั้นพ่อส่งลูกทั้งหมด 5 คน ไปศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมกับเน้นย้ำให้ทุกคนศึกษาหลักการผลิตและแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่มีอยู่มากมายในประเทศให้ออกมาเป็นอาหารสำเร็จรูป รวมทั้งต้องส่งเสริมเกษตรกรในการผลิตพืชผล เพื่อให้มีแหล่งรับซื้อผลิตผลการเกษตรในราคายุติธรรม พร้อมกับนำมาผลิตเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ
ต่อมาครอบครัวเราได้ตั้งบริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2519 ที่ จ.นครปฐม บนพื้นที่ 28 ไร่ และปี 2521 เจเนอเรชั่นที่ 2 เริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจ พวกเราคิดพัฒนาสินค้าที่มาจากมะพร้าวจะสามารถแปรรูปอะไรได้บ้าง ใช้ระยะเวลาเกือบ 2-3 ปี จึงออกเป็นกะทิพาสเจอไรซ์บรรจุถุง กะทิกระป๋อง และกะทิผง
ทำไมเราพัฒนากะทิสำเร็จรูปออกมา เพราะมองแนวโน้มผู้บริโภค ต้องการความสะดวก แม่บ้านยุคใหม่มีความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน และสิ่งสำคัญการทำธุรกิจต้องต่อยอดหรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าให้ได้ ซึ่งในขณะนั้นเราเริ่มทำธุรกิจด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น กระทั่งปัจจุบันมีโรงงาน 2 แห่ง กำลังผลิตราวมากกว่า 1 แสนตัน/ปี และธุรกิจสร้างรายได้ปีละราว 6,000 ล้านบาท
เมื่อขายสินค้าได้ในระยะหนึ่งแล้ว บริษัทพยายามคิดจะสร้างแบรนด์กะทิให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เดิมอยากใช้ชื่อแบรนด์ “สมุย” แต่ไม่สามารถใช้ได้ เพราะเป็นชื่อเกาะ จนกระทั่งตัดสินใจใช้ชื่อว่า “กะทิชาวเกาะ”
“ยอมรับว่าเราเผชิญกับความท้าทายระหว่างแม่บ้านที่ใช้กะทิคั้นสดกับกะทิสำเร็จรูป ขณะที่คู่แข่งกะทิคั้นสดก็มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะขายในตลาดสด แต่เนื่องจากสินค้าของเราชาวเกาะสามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบาย จึงทำให้สินค้าแจ้งเกิดได้ดีพอสมควร และโดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ” อภิศักดิ์ เล่าให้ฟัง
แม้ว่ากะทิชาวเกาะจะเป็นสินค้าที่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีสินค้าหลายตัวที่พัฒนาและเปิดตัวในตลาดแล้วไม่ประสบความสำเร็จ อาทิ น้ำส้มสายชู ของเราพัฒนาขึ้นมาเป็นน้ำส้มหมักกับมะพร้าว แต่ผู้บริโภคกลับนิยมใช้น้ำส้มสายชูกลั่น หรือกระทั่งการแตกธุรกิจสู่ผลไม้กระป๋อง เงาะ ลำไย ก็เพลี่ยงพล้ำ เนื่องจากบริษัทไม่ได้ปลูกผลไม้เอง จึงไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้
อภิศักดิ์ กล่าวว่า แนวคิดการทำงานของผม คือเปลี่ยนความท้าทายจากคู่แข่งที่เข้ามาตีตลาด มาเป็นพลังในการทำงาน พัฒนาสินค้า ซึ่งทำให้รู้สึกสนุกกับงานกับการแข่งขัน สิ่งที่ทำให้เทพผดุงพรมะพร้าวประสบความสำเร็จจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ร่วม 50 ปี มีด้วยกัน 3 ด้าน คือ คุณภาพสินค้าที่ได้มาตรฐาน ราคาขายสินค้ายุติธรรม และการสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างยาวนาน จึงทำให้ลูกค้าช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกต่อกันไป
การทำธุรกิจมะพร้าว หรือสินค้าเกษตร ปัญหาที่เจอบ่อยครั้ง คือราคาสินค้าผกผันตามฤดูกาล เราต้องแก้ไขปัญหาให้ทัน นอกจากนี้ธุรกิจของบริษัทส่วนใหญ่มาจากการส่งออกถึง 80% จึงต้องบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้ดี สิ่งที่ทำให้ลูกค้าอยู่กับเรา เมื่อเกิดภาวะค่าเงินบาทอ่อน บริษัทจะลดราคาสินค้า หรือแถมสินค้าให้ทันที ไม่ต้องให้ลูกค้ามาต่อรอง ซึ่งกลยุทธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งมัดใจลูกค้าให้อยู่กับชาวเกาะมายาวนาน
ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ากว่า 200 ชนิด ซึ่งล้วนแต่ผลิตจากพืชพันธุ์ธัญญาหาร จากภาคเกษตรของไทยแทบทั้งสิ้น และยังไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาสินค้า เรียนผิดเรียนถูก เราทดลองทำไปเรื่อย เคยคิดจะทำแม้กระทั่งน้ำเก๊กฮวย และขณะนี้กำลังพัฒนามะพร้าวอบกรอบ หรือกำลังจะก้าวสู่ธุรกิจสกินแคร์จากน้ำมันมะพร้าว เพราะปณิธานของบริษัทที่วางไว้ คือใช้ประโยชน์ให้เกิดสูงสุดจากผลผลิตของมะพร้าว หรือกระทั่งพืชผลทางการเกษตรของไทยที่มีอยู่
จากคนจีนอันไกลโพ้น และมองเห็นโอกาสธุรกิจเริ่มจากรุ่นพ่อค้าแม่ค้าขายมะพร้าวมาสู่สินค้าเกษตรแปรรูป กระทั่งปัจจุบันส่งออกสินค้าไปไกลถึง 36 ประเทศทั่วโลก อาณาจักรของเทพผดุงพรมะพร้าวในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงส่งไม้ต่อให้กับเจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งกำลังเข้ามาขยายธุรกิจสู่สินค้าเกษตรแปรรูปที่หลากหลายมากกว่าจะเป็นแค่กะทิชาวเกาะ







