posttoday
จากคนงานเป็นเถ้าแก่

จากคนงานเป็นเถ้าแก่

19 กันยายน 2558

ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนัก โดยไม่ข้องแวะกับอบายมุข หรือหนทางที่จะทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนัก โดยไม่ข้องแวะกับอบายมุข หรือหนทางที่จะทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น

คนงานคนอื่นมักชอบดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน หรือไม่ก็ไปเที่ยวเตร่จีบสาว หาความสนุกสนานเพื่อระบายความเครียดจากการทำงาน แต่สำหรับผมความสนุกสนานของผมอยู่ที่การทำงานแล้วได้เงินมาเก็บมากกว่า

เงินที่ได้จากการทำงานทั้งสองแห่ง ถูกจัดแบ่งเป็นเงินซื้อของส่งไปให้แม่และญาติที่เมืองจีนทุก 2-3 เดือน อีกส่วนเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของผม ซึ่งถูกใช้อย่างประหยัดที่สุด และที่เหลือคือเงินออมเพื่อลงทุนเป็นเถ้าแก่เอง

หลังจากทำงานอยู่โรงงานฟอกหนังและทำงานพิเศษแบกข้าวสารที่ท่าเรือบีไอด้วยในคราวเดียวกันได้ 2 ปี 4 เดือน ในปี พ.ศ. 2491 ผมเก็บหอมรอมริบเงินไว้ได้เป็นจำนวนเกือบ 6,000 บาท เงินที่เก็บได้จัดว่าเป็นจำนวนมากในสมัยนั้น เพราะหากนำไปซื้อทองคำ จะได้ทองคำหนักเป็นหลายสิบบาท ผมเริ่มมองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ของการเป็นเถ้าแก่อยู่ข้างหน้าแล้ว

ผมเกิดความมั่นใจอย่างประหลาดว่า เงินจำนวนนี้จะเป็นเงินทุนที่ผมจะนำไปทำธุรกิจให้เจริญรุ่งเรืองได้

2 ปีกว่าๆ ที่ผมอยู่ในโรงงาน ทำให้ได้เรียนรู้กระบวนการและขั้นตอนการทำธุรกิจฟอกหนังเป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะผมเป็นคนใฝ่รู้และช่างสังเกต พยายามจดจำทุกสิ่งทุกอย่างในโรงงานจนเรียกว่าทำได้ทำเป็น

แล้วความคิดอยากทำธุรกิจฟอกหนังเองบ้างก็เกิดขึ้น เพราะมองว่าเถ้าแก่รวยขึ้นมาเพราะธุรกิจนี้ ทำให้ผมคิดว่าน่าจะรวยได้เช่นกัน

ผมใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของโรงงานฟอกหนังเหมือนเถ้าแก่ แต่การเรียนรู้จากโรงงานในด้านการผลิตยังไม่เพียงพอ ต้องเรียนรู้อีกว่าจะไปซื้อวัตถุดิบที่ไหน และผลิตแล้วจะขายให้ใคร สิ่งต่างๆ เหล่านี้อยู่ภายนอกโรงงาน ดังนั้นพอมีเวลาว่าง ผมจึงมักออกไปหาข้อมูลเหล่านี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าของโรงงานเอง

การได้ออกไปพบปะพูดคุยกับคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจฟอกหนัง ทำให้ผมได้เรียนรู้ข้อมูลภายนอกโรงงาน เป็นการเรียนรู้ที่ครบวงจร เมื่อทุกอย่างอยู่ในหัวของผมหมดแล้ว ลำดับต่อมาก็คือ มองหาทำเลที่จะเริ่มต้นกิจการ

ตอนนั้นผมไปชอบใจโรงงานเก่าที่เลิกกิจการไปแล้วแห่งหนึ่งชื่อ โรงงาน “จิ้นตง” อยู่แถวคลองเตย เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 100 ตารางวา ที่ชอบเพราะเป็นโรงงานเดิมอยู่แล้ว ไม่ต้องไปก่อสร้างให้ยุ่งยาก และยังอยู่ในแหล่งทำกิจการฟอกหนังเป็นส่วนใหญ่

ในสายตาผมการได้อยู่ในกลุ่มที่ทำกิจการคล้ายๆ กันน่าจะเป็นเรื่องดีกว่าแยกตัวไปทำตามลำพัง

เมื่อชอบโรงงานแห่งนั้น ผมก็เข้าไปเจรจาพูดคุยสอบถามรายละเอียดในการขอเช่ากับเจ้าของ จนรู้ว่าเจ้าของจะให้เช่า โดยทำสัญญา 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 600 บาท แต่ผมยังไม่ตกลง บอกเขาเพียงว่าผมสนใจ แต่ขอเวลากลับไปตัดสินใจ

ยอมรับว่าผมถูกใจโรงงานฟอกหนังจิ้นตงมาก ทั้งค่าเช่าและทำเล เจ้าของที่เองก็ดูอยากให้ผมเช่าเต็มที ปัจจัยหลายอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว นั่นยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากลงมือทำธุรกิจมากขึ้น

แต่ปัญหาที่ทำให้ผมลังเลอยู่บ้างคือเงินทุนที่มีน้อยเกินไป ผมนอนคิดนั่งคิดอยู่หลายคืน ใจหนึ่งอยากเก็บเงินให้มากกว่านี้เพื่อจะได้ทำงานได้อย่างคล่องตัว ซึ่งคงต้องใช้เวลาเก็บเงินอีกหลายปี แต่อีกใจก็อยากทำเลย แล้วค่อยไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งสุดท้ายผมตัดสินใจทำเลยโดยไม่รอเก็บเงินอีกต่อไป ผมไม่อยากรอเพราะเสียดายเวลาและคิดว่า

“รู้ก่อนได้ก่อน รู้หลังได้หลัง ไม่รู้เลยก็ไม่ได้!”

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน

ททท. ปลุก Night Tourism จัด Music in Memory คาดเงินสะพัด 200 ล้าน