นายกฯมอบนโยบายมท.ย้ำต้องเป็นที่พึ่งประชาชน
พล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายมหาดไทย ต้องเป็นที่พึงประชาชน ยอมรับที่ผ่านมามีการเมืองทาบทับ เร่งหาวิธีคุ้มครองข้าราชการ
พล.อ.ประยุทธ์ มอบนโยบายมหาดไทย ต้องเป็นที่พึงประชาชน ยอมรับที่ผ่านมามีการเมืองทาบทับ เร่งหาวิธีคุ้มครองข้าราชการ
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ว่า วันนี้หลายอย่างมีปัญหา ถือเป็นภาระของผู้ว่าฯ ข้าราชการทหารตำรวจ ที่จะต้องอธิบายและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนในทุกโอกาส
ทั้งนี้หน้าที่หลักของกระทรวงมหาดไทยคือ บำบัดทุกข์บำรุงสุข ที่ผ่านมาการบริหารราชการแผ่นดินมีฝ่ายการเมืองมาทาบทับการทำงานของข้าราชการ ทหารและตำรวจ ซึ่งตนก็เคยโดน แต่แก้ได้ด้วยสติปัญญา และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สิ่งที่เกิดในวันนี้ที่เจ็บปวดคือมีการปรับย้ายหรือดอง ซึ่งตนทราบดีว่าที่ผ่านมาแต่ละกระทรวงโดนอะไรบ้าง หลังจากนี้ตนจะหามาตรการคุ้มครองให้ ทำให้ข้าราชการเข้มแข็งเพื่อไม่ให้อำนาจการเมืองมาทับซ้อนอีก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้โรดแมประยะที่ 2 ยังไม่จบ จะจบก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้ง ส่วนระยะที่ 3 คือการส่งต่อให้รัฐบาลใหม่ ซึ่งเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ยืนยันว่าวันนี้เป็นไปตามโรดแมปทุกประการ แต่เมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ต้องร่างใหม่กลายเป็นสูตร 6-4-6-4 ซึ่งอย่าเอาเลขนี้ไปเล่นหวย เพราะเจ๊งมาหลายคนแล้ว เว้นแต่รถนายกฯคนเก่า อย่างไรก็ตามตนไม่อยากอยู่จนถึงก.ค.ปี 2560 เลย อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เราเป็นเพื่อนรักกับทุกประเทศโดยเฉพาะในอาเซียน แต่เมื่อเจอผู้นำประเทศอาเซียน สิ่งที่ทำให้ตนขายขี้หน้าอาเซียนจนถึงวันนี้ คือเหตุการณ์ล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2553 และความขัดแย้งวันนี้ยังมีสูง ไม่ได้หายไปเพียงรอเวลา เราจึงต้องทำให้ประชาชนเข้มแข็งให้ได้ หลายคนยังไม่เลิกขัดแย้ง จึงต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งตนจะใช้กฎหมายที่มีอยู่จัดการกับคนเหล่านั้น
"วันนี้ทุกอย่างประยุทธ์เหมาคนเดียว อะไรๆก็โยนมาประยุทธ์กับรัฐบาลรับคนเดียว แต่ก็ให้อยู่เร็วๆ ก็ไม่รู้ทำอย่างไร แต่จากวันแรกจนถึงวันนี้ผมไม่เคยเปลี่ยนแปลง วันนี้งานเยอะจนลำบาก ปัญหาเข้ามาตลอด ไม่เข้าใจทำไมไม่แก้มาตั้งแต่แรก ที่ผ่านมาผมไม่เคยเลือกรัฐบาล เคารพทุกรัฐบาล แต่ทุกรัฐบาลต้องเคารพตัวเองที่ประชาชนเลือกเข้ามา ผมเข้ามาขับเคลื่อนประเทศด้วยความจำเป็น ถ้าตัดสินใจช้าไปนิดเดียว 2 ฝ่ายก็จะเอากำลังมาสู้กัน ขอให้แยกให้ออกว่าวันนี้ต่างกับปี 53 ปี ในปี 53 เป็นการกระทำของฝ่ายหนึ่งกับราชการ ใช้อาวุธต่อกัน ที่ติดคุกกันเป็นแถวจนถึงวันนี้ แถมมากล่าวหาว่าทหารยิง ผมจะบ้าสั่งยิงทำไม สร้างวาทะกรรมไปเรื่อย"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การที่สถาบันถูกโจมตีในวันนี้ เป็นเพราะมีคนเลวที่ต้องการอำนาจทั้งหมดในประเทศ โดยทำลายทหารและสถาบันฯ เพื่อต้องการทั้งหมดของประเทศ ทำทุกอย่างให้บิดเบือน ซึ่งตนไม่ได้บอกว่าเป็นใคร ใครทำกันบ้างก็ไปคิดดู อาจจะมีเยอะไม่ใช่แค่นี้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าบ้านเราปกติรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเขียนมาก เพราะคนไม่จำเป็นต้องรบกวนกัน เจ้าหน้าที่ไม่ต้องทำงานมาก ซึ่งต้องรอดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ และบ้านเมืองต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรตนตอบไม่ได้ วันนี้เอาชื่อเสียงของกองทัพมาอยู่กับตน และรับผิดชอบไม่ให้เกิดการปฏิวัติขึ้นอีก นอกจากนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เจ้าหน้าที่โดนว่ากล่าวเมื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองและปัญหาของประเทศ ซึ่งหากแก้ไขปัญหาต่างๆไม่ได้ ปัญหาก็จะกลับมาที่สู่ที่เก่า ทั้งนี้ตนไม่อยากเป็นตัวกลางความขัดแย้งอีก และชื่อว่าขณะนี้คนระดับบนและส่วนกลางอยู่กับเรา คนข้างล่างพร้อมจะไป ทำอย่างไรให้ทั้ง 3 ส่วนอยู่กับเราทั้งหมด ข้าราชการอย่างเดียวที่จะทำได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรากำลังขึ้นรถไฟขบวนที่ 12 หรือเริ่มต้นแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 11 ขบวนที่ผ่านมา ช้า โบราณ คนไม่มีความสุข ต่อไปนี้จะต้องมีการกำหนดอนาคตที่ชัดเจน 20 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร และทุก 5ปีจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือยุทธศาสตร์ชาติที่ สปท.จะต้องมาดำเนินการปฏิรูปต่อ ส่วนการปรองดองวันนี้เริ่มปรองดองแล้ว อย่างน้อยพวกท่านไม่เกลียดตน ประชาชนบ้านติดกันไปมาหาสู่พูดจากัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ชะลอตัวเราต้องไปยุติทุกอย่างให้เป็นอย่างนี้ตั้งแต่บัดนี้ ให้เขาเห็นอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ไม่อย่างนั้นจะเดินไม่ได้
"รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะออกได้หรือไม่อยู่ที่ประชาชน แต่ถ้าจะมาทะเลาะกันเหมือนเดิมก็เชิญ ผมไม่เอาด้วยแล้ว และถ้าจะออกมาเป็นประชาธิปไตยอย่างที่เขาต้องการผมไม่ยอมอยู่แล้ว บอกเลยผมยืนยันเจตนารมณ์ ถ้าผมมาแล้วแล้วยอมจะมาทำไม ผมจะลงทุนขนาดนี้ทำไม ครอบครัว ลูกเมีย เพื่อนฝูงหมด ทุกอย่างหมดขาดทุนทุกวัน ไม่มีคะแนนขึ้นเลย โพลกี่ครั้งก็ลดลงทุกวันผมจึงไม่สนใจ ผมไม่อยากไปปลุกความขัดแย้งขึ้นมา เรื่องของการปรองดองคือต้องทำภายใต้กฎหมาย ถ้าปรองดองด้วยหัวใจ ด้วยความคิด วันนี้ปรองดองอยู่แล้วทุกคนไม่ใช่ศัตรูของผม การปรองดองต้องเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อผ่านกระบวนการยุติธรรม ถ้าคนทำความผิดเลยถามว่าจะยกโทษให้ได้ไหม"นายกฯกล่าว







