
ชาวสวนปาล์มนครศรีฯชุมนุมร้องรัฐแก้ราคาตกต่ำ
นครศรีธรรมราช-ชาวสวนปาล์มชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลราคาตกต่ำ ยื่นข้อเสนอ 7 ข้อ ขีดเส้น 15 วัน หากยังไม่ได้รับคำตอบนัดรวมตัวกดดันอีกรอบ
นครศรีธรรมราช-ชาวสวนปาล์มชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลราคาตกต่ำ ยื่นข้อเสนอ 7 ข้อ ขีดเส้น 15 วัน หากยังไม่ได้รับคำตอบนัดรวมตัวกดดันอีกรอบ
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ชาวสวนปาล์มในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ได้ทยอยเข้าร่วมชุมนุมที่หอประชุมเมือง สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ทุ่งท่าลาด อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามที่นัดกันไว้วันนี้ เพื่อเรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาตกต่ำ หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรมว.พาณิชย์แต่ไม่เป็นผล ขีดเส้นภายใน 5 วัน ถ้ารัฐบาลยังไม่มีคำตอบนัดรวมพลังกดดันอีกรอบ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์และขอให้ผู้ชุมนุมดำเนินการไปตามพระราชบัญญัติการชุมนุมให้เป็นไปตามกฎหมาย
นายสมพร ศรีเพชร นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัจจุบนราคาปาล์มที่สมดุลย์ควรจะอยู่ที่ 4.20 บาท เหมาะสมกับราคาทุนอยู่ที่ 3.60 บาท เป้าหมายของการชุมนุมคือหาช่องทางที่จะขยับราคารับซื้อไปให้เป็นราคาที่แท้จริง ไม่ใช่ราคาหลอกลวงตลาดเช่นทุกวันนี้ เกษตรกรคือผู้ที่เดือดร้อนจริง ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มเป็นผู้โกยกำไรสูงสุด อีกทั้งมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ที่ไม่มีการควบคุมหรือยับยั้งอย่างจริงจัง โดยราคาปาล์มน้ำมันลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 2.60-2.80 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งที่ปาล์มเป็นสินค้าควบคุมตามประกาศกระทรวงพาณิชย์จะต้องมีราคาไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่ 3.60 บาทต่อกิโลกรัม
นายสมพร กล่าวอีกว่า การชุมนุมครั้งนี้ได้ยื่นข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐบาล คือ 1.ให้กระทรวงเกษตรฯ ดูแลและชดเชยส่วนต่างจากราคาต้นทุน 3.38 บาท ถ้าเกษตรกรขายได้ต่ำกว่าทุน ภาครัฐต้องเข้ามาชดเชยส่วนต่างที่กำหนด นโยบายต้นทุน 2.ให้ดูแลเกษตรกรเข้าร่วมปรึกษา หารือวางมาตรฐานเพื่อให้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเดินไปได้มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 คน 3.ช่วยสนับสนุนเรื่อต้นทุนการผลิต ทั้งราคาปุ๋ย และต้นพันธุ์เมล็ดพันธุ์
4.ยกเลิกการซื้อขายแบบกำหนด % น้ำมันให้ใช้มาตรฐานปาล์มทะลายสุกและสด ตามมาตรฐานสินค้าการเกษตร 5.ควบคุมการลักลอบการนำเข้า น้ำมันปลาม์ จากต่างประเทศ เมล็ดพันธ์ ต้นกล้า ที่ไม่ถูกต้อง ตาม กฎหมาย 6. ให้ผลักดัน พรบ.การปาล์มโดยเร่งด่วน และ7.ให้การสนับสนุนงบประมาณในการสร้าง โรงงานสกัดน้ำมัน แก่สถาบันเกษตรกร 1 จังหวัด ละ 1 โรงงาน ซึ่งคิดว่าคงไม่ยุ่งยากต่อการมาช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง.







