
ปัดฝุ่นเอฟทีเออาเซียน-อียู
อาเซียน-อียูปัดฝุ่นถกเอฟทีเอ พ.ย.นี้ หวังรื้อฟื้นการเจรจา หลังหยุดชะงักนานกว่า 7 ปี
อาเซียน-อียูปัดฝุ่นถกเอฟทีเอ พ.ย.นี้ หวังรื้อฟื้นการเจรจา หลังหยุดชะงักนานกว่า 7 ปี
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) เดือน พ.ย. ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย คณะทำงานของอาเซียนและสหภาพยุโรป (อียู) จะหารือกันว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-อียู หรือไม่ หลังการเจรจาหยุดลงกว่า 7 ปี หรือตั้งแต่ปี 2550 หากได้ข้อสรุปตรงกันว่าจะเจรจาต่อก็จะมีการเปิดเจรจาเอฟทีเอต่อไป
"เราจะมาคุยกันว่าจะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาปัดฝุ่นดีหรือไม่ มีอะไรที่ค้างคากันอยู่ ซึ่งขั้นตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่การปัดฝุ่นยังไม่ใช่การเจรจา หลังจากหยุดมา 7 ปีแล้ว ซึ่งตอนนั้นอียูบอกว่ายังไม่พร้อม จึงขอหยุดไว้ก่อน แต่ตอนนี้เขาเป็นคนขอมาว่าอยากจะยกมาคุย และหากเอฟทีเอเกิดขึ้นมูลค่าการค้าอาเซียนและอียูจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า" นางอภิรดี กล่าว
นางอภิรดี กล่าวว่า การริเริ่มตั้งโต๊ะหารือว่าจะมีการเจรจาเอฟทีเออาเซียน-อียูต่อหรือไม่นั้น เท่าที่หารือกับสภาธุรกิจอียู สภาธุรกิจอียูสนับสนุนให้มีการเจรจาและไม่ติดใจสถานการณ์การเมืองในไทยขณะนี้ ทั้งยังมองว่าการที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ จะทำให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาเอฟทีเอกับปากีสถาน ตุรกี รวมถึงการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนบวก 6 (RCEP) โดยได้ข้อสรุปการเจรจาในบางส่วนแล้ว คือ เรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าที่จะใช้ร่วมกันทั้ง 16 ประเทศ ซึ่งจะทำให้การค้าในกลุ่ม RCEP ขยายตัวมากขึ้น
นางอภิรดี ระบุว่า ในส่วนการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) แม้ว่าไทยจะสนใจเข้าร่วมเจรจา แต่กลุ่มทีพีพีประกาศว่าจะไม่เปิดการเจรจากับประเทศใดๆเพิ่ม จนกว่าการเจรจากับ 12 ประเทศสำเร็จ ซึ่งเป็นข้อดีของไทยที่จะประเมินผลดีผลเสียก่อนจะเข้าร่วมการเจรจา
"ไทยก็ได้แจ้งให้สหรัฐทราบว่าเมื่อเจรจาจบแล้ว ไทยมีความสนใจที่จะเข้าร่วมยังไม่ถือว่าตกขบวน เพราะเขาเจรจากันยังไม่เสร็จและคาดว่าจะใช้เวลาอีกนาน ขณะที่ไทยก็มีสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ที่สหรัฐให้ไทยจึงถือว่าไม่เสียเปรียบ" นางอภิรดี กล่าว
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลสนใจที่จะเข้าร่วมการเจรจากลุ่มความร่วมมือทีพีพี แต่ต้องมีการศึกษาเปรียบเทียบผลดีผลเสียให้ละเอียดก่อน
"ฝ่ายเศรษฐกิจสนใจจะไปดู แต่ต้องศึกษาอย่างละเอียด" นายสมคิด ระบุ







