posttoday
"ปู" วอนคสช.เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น

"ปู" วอนคสช.เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น

13 กันยายน 2558

"ยิ่งลักษณ์" ร่วมงาน มูลนิธิไทยคม แนะปฏิรูปการศึกษาสอดคล้องตลาดแรงงาน แนะร่างรัฐธรรมนูญ ให้สังคมยอมรับ วอน คสช. เปิดโอกาส ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น

"ยิ่งลักษณ์" ร่วมงาน มูลนิธิไทยคม แนะปฏิรูปการศึกษาสอดคล้องตลาดแรงงาน แนะร่างรัฐธรรมนูญ ให้สังคมยอมรับ วอน คสช. เปิดโอกาส ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตกรรมการและเลขานุการมูลนิธิไทยคม พร้อมด้วย นายพานทองแท้  ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตมูลนิธิไทยคมหลังสำเร็จการศึกษาจากโครงการ ทุนการศึกษามูลนิธิไทยคม มหาวิทยาลัยชินวัตร 50 ทุน 50 ล้านบาท โดยมีบัณฑิตทุน ผู้ปกครอง ผู้บริหารมูลนิธิและมหาวิทยาลัยชินวัตร เข้าร่วมงาน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวให้โอวาทและแสดงความยินดีกับบัณฑิต ว่าวันนี้เป็นวันที่ภาคภูมิใจกับผู้ได้รับทุนที่ประสบความสำเร็จในขั้นหนึ่ง ถือเป็นการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ที่งอกงาม ขณะเดียวกันขอขอบคุณผู้ปกครองที่เชื่อใจม.ชินวัตร ได้ดูแลบุตร ธิดาในการศึกษาต่อ และขอรู้สึกดีใจที่ได้เห็นความสำเร็จของน้องๆในครั้งนี้เป็นขั้นแรกส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไรเป็นจุดมุ่งหมายอีกจุดหนึ่ง เมื่อจบการศึกษาแล้วอย่าลืมตอบแทนสังคม เป็นคนดีใช้ชีวิตด้วยสติปัญญาอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้การสนับสนุนทางด้านการศึกษาต้องใช้ความอดทนและใช้เวลา ซึ่งบัณฑิตที่จบมาแล้วก็ควรใช้ความรู้ออกมาตอบแทนสังคมเพื่อให้มีคุณภาพเกิดขึ้น

"เมื่อเป็นเพชรที่ผ่านการเจียระไนมาแล้ว ควรปรับตัวในการทำงานเมื่อเข้าไปอยู่ในองค์กรต่างๆ ขอให้เรียนรู้เพื่อพัฒนาในการทำงาน การเรียนรู้ต้องเรียนรู้ตลอดชีพ เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ ขอให้ใช้สติปัญญา และความอดทน นำความรู้ความสามารถ ควบคู่กับคุณธรรม นำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียนในการทำงานเพื่อก้าวไปสู่ความฝันในโลกของความเป็นจริง อย่างไรก็ตามการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ หากมีโอกาสควรต่อยอดความรู้ นำไปพัฒนาในด้านอื่นๆ หากเด็กไทยเข้มแข็ง ประเทศก็จะเข้มแข็งด้วย"น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ ว่า การต่อยอดทางการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็น จึงให้ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกันส่งเสริมโดยลงทุนด้านการศึกษา เพราะเด็กไทยจำนวนมากที่เรียนดี มีศักยภาพ แต่ขาดทุนทรัพย์ ยังต้องการโอกาสทางการศึกษา แต่ขาดโอกาสในเวทีการเรียนรู้ด้านต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริม

อย่างไรก็ตามการศึกษาในปัจจุบันมีหลายส่วนที่ควรปรับปรุงคุณภาพ ทั้งสถานที่เรียนที่หลายแห่งมีการปรับเพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอน ขณะที่หลักสูตรเนื้อหาการเรียนการสอนอยากเห็นการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต บางครั้งการเรียนอยู่บนพื้นฐานของทฤษฎีแต่เวลาจบไปทำงานในภาคเอกชน ทฤษฎีกับภาคปฏิบัติอาจไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้เกิดปัญหากับภาคเอกชนในการรับเด็กจบใหม่ หากมีการเสริมในหลักสูตร ขั้นตอนการปฏิบัติไปรวมอยู่ในทฤษฎี ให้รู้ขั้นตอนการปฏิบัติจริง จะได้ไม่เป็นภาระเมื่อเข้าไปทำงาน นอกจากนี้ควรปรับเรื่องวิธีการเรียนการสอนที่ขณะนี้มีเทคโนโลยีที่จะนำมาช่วยในสื่อการเรียนการสอน ให้เด็กมีส่วนร่วมและกล้าแสดงออก โดยให้ผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลาง

เมื่อถามว่าแนวทางที่กล่าวมา มองว่าควรบรรจุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ เป็นแผนปฏิรูปการศึกษาที่กำลังจะดำเนินการในขณะนี้ด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลที่แล้วได้เชิญภาคเอกชน และเสาหลักของกระทรวงศึกษาธิการมาหารือในเรื่องนี้ โดยมีสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นแกนกลาง เชื่อว่าหลายคนจะนำสิ่งเหล่านี้ ที่เคยมีการศึกษาเพื่อหาวิธีการปฏิรูปการศึกษาให้ดีขึ้น และสอดคล้องกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไป

เมื่อถามถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ขอลงลึกในรายละเอียดเพราะเชื่อว่ามีผู้รู้ในการร่างรัฐธรรมนูญแต่ละคณะอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากเห็นคืออยากให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ชุดใหม่นำข้อเสนอต่างๆ ทั้งภาควิชาการ ฝ่ายปฏิบัติ มาหาแนวทางที่ทำให้สังคมยอมรับ เชื่อว่าจะทำให้การปฏิรูปได้รับการยอมรับและสามารถนำไปใช้ปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงได้

เมื่อถามถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เชิญคนแสดงความเห็นต่างเข้าปรับทัศนคติเป็นเวลา 7 วัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากให้คสช.เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายเปิดโอกาสความคิดเห็น เพราะการแสดงความเห็นเป็นสิ่งที่ดี อยากให้ความเห็นที่แสดงออกมานั้นมีส่วนร่วมจะทำให้ได้รับฟังความเห็นจากหลายภาคส่วนมากขึ้น

ขณะที่ นายพานทองแท้ กล่าวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีบุคคลที่ออกมาแสดงความเห็นถูกคุมตัวเพื่อปรับทัศนคติเป็นเวลา 7 วัน โดยระบุเพียงว่า “ไม่อยากที่จะพูดอะไร ในสภาวะเช่นนี้ ขออยู่ข้างนอกดีแล้ว ไม่อยากไปกินข้าวฟรี 7 วัน”

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก