
บินไทยคุยถี่ขึ้นรับมือเสี่ยงสูง
“จรัมพร” รับธุรกิจการบินมีความเสี่ยงสูง ตั้งบอร์ดมาบริหาร เน้นประชุมถี่รับมือ
“จรัมพร” รับธุรกิจการบินมีความเสี่ยงสูง ตั้งบอร์ดมาบริหาร เน้นประชุมถี่รับมือ
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย (THAI) กล่าวในงานสัมมนา “Risk Oversight : High Priority Roles Of the Board” ว่า ยอมรับว่าธุรกิจการบินมีความเสี่ยงสูง เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องระดับโลก โดยบริษัท การบินไทย มีธุรกิจครอบคลุมใน 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้มีความเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ซึ่งในแต่ละประเทศต่างมีความเสี่ยงแตกต่างกันไป หากประเทศใดมีปัญหาย่อมกระทบต่อบริษัท ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเงิน ภัยก่อการร้าย ปัญหาโรคระบาด เป็นต้น
นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักในสัดส่วน 40% ของต้นทุนทั้งหมด และอัตราแลกเปลี่ยนด้วย หรืออะไรก็ตามที่มีผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทนับเป็นความเสี่ยง ซึ่งบริษัทรับมือความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นมาดูแล ซึ่งจะมีการประชุมทุกไตรมาส แต่หากมีปัจจัยใดที่มีผลกระทบรุนแรง อย่างเช่นการเหวี่ยงตัวของราคาน้ำมัน ทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงก็จะประชุมบ่อยมากขึ้นเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
สำหรับความคืบหน้าของแผนปฏิรูปการบินไทยนั้น นอกจากจะลด จำนวนเที่ยวบินและพนักงานแล้ว ยังอยู่ระหว่างปลดระวางเครื่องบิน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 14 ลำ เหลืออีก 4 ลำ ทยอยลด 2 ลำในเดือน ธ.ค.นี้ และเดือน ก.พ. 2559 อีก 2 ลำ รวมเป็น 18 ลำ คาดว่าจะเริ่มเห็นผลของแผนปฏิรูปตั้งแต่ปี 2559 หรือทำให้ผลการดำเนินงานกลับเป็นบวก แต่จะรับผลบวกเต็มที่ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป
นายไพฑูรย์ ทวีผล ประธานกรรมการตรวจสอบและประธานนโยบายความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ทางบริษัทจะพิจารณาความเสี่ยง 4-5 ด้าน และจะมีคณะกรรมการตรวจสอบคอยติดตามและตรวจสอบ เช่น เรื่องการเงินและการลงทุนซึ่งบริษัทให้ความสำคัญ เพราะบริษัทมีการลงทุนในแต่ละปีสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท จะต้องพิจารณาว่าจะหาแหล่งเงินมาจากไหน จำเป็นต้องออกหุ้นกู้หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) เท่าใด เป็นต้น







