
นายกฯเผยนิรโทษต้องเดินตามหลักสากล-รับโทษก่อน
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้ นิรโทษกรรมต้องเดินตามหลักสากล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรับโทษก่อน
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้ นิรโทษกรรมต้องเดินตามหลักสากล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรับโทษก่อน
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า เรื่องการเดินหน้าประเทศ วันนี้รัฐบาลได้เริ่มทำการปฏิรูประเทศ จากขั้นที่1 ที่มีการนำปัญหามาดูและวิเคราะห์ เหมือนอริยสัจ4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค มาเป็นหาทางในการพัฒนา โดยจะเร่งดำเนินการในเรื่องเหล่านี้
ส่วนเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ในห้วงต่อไปนี้ตนได้สั่งไปแล้ว จะทำงานทั้ง3 งานด้วยกัน ประกอบด้วย 1.การปฏิรูป 2.การปรองดอง การบริหารราชการแผ่นดิน และ3.ขจัดข้อขัดแย้งเพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ว่าประเทศเราจะต้องทำ ทั้ง 3 อย่าง ต้องให้รู้ว่าจะต้องทำหรือไม่ และต้องทำอย่างไร ซึ่งส่วนนี้จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ลงมาขับเคลื่อน เพื่อให้รู้ว่าเกิดประโยชน์อย่างไร โดยในของการปฏิรูปจะนำแผนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มาใช้ประโยชน์นำไปสู่การปฏิบัติ ในส่วนที่ทำได้ อาจจะต้องมีการใช้มาตรา 44 บ้าง ในการบูรณาการ ที่ต้องแก้ไขกฎหมายที่ทำให้เดินไม่ได้
นายกฯ กล่าวว่า หากเราทำให้สำเร็จเป็นรูปธรรมในหนึ่งปีข้างหน้า หรือปีกว่าๆที่มีเวลาเพิ่มมา เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ และนักการเมืองต่างๆที่ยังไม่เข้าใจว่าจะปฏิรูปอย่างไร จะได้เข้าใจเสียทีว่าเราจะเดินยุทธศาสตร์อย่างไร ซึ่งการบริหารราชการต่างๆ ตนก็บริหารไปตามปกติ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีความขัดแย้งก็เสนอมาอยากจะทำ หรือแก้ปัญหาแบบไหน สรุปเรื่องปฏิรูปนั้นทำเท่าที่ทำได้
ส่วนเรื่องปรองดองวันนี้สามารถทำในระดับพื้นที่กับประชาชนได้พอสมควรแล้ว ไปมาหาสู่ไม่แบ่งแบกสีสัน ถือว่าดีที่สุดแล้ว นี่คือปรองดองด้วยหัวใจของเขาเองเพราะคิดว่าคงไม่มีใครอยากทะเลาะกัน ถ้าไม่มีใครไปปลุกในสิ่งถูกบ้างผิดบ้าง ซึ่งตนไม่อยากว่าใคร ทั้งนี้การปรองดองในขั้นต่อไปที่จะต้องดูคือ เอาประเด็นปัญหาทั้งหมดมา แต่ไม่ใช่เอาปัญหาที่ยังไม่เข้ากระบวนการยุติธรรมมาดำเนินการมันทำไม่ได้ อะไรที่เข้ากระบวนการยุติธรรมตัดสินและมีคำตอบแล้ว ดำเนินคดีแล้ว อาจจะมาดูว่าจะช่วยอย่างไร จะเยียวยาคนบาดเจ็บ เสียชีวิตอย่างไร นี่คือวิธีการปรองดองของตน ฉะนั้นใครจะว่าอะไรก็แล้วแต่ไม่ว่าจะปฏิรูปหรือการปรองดองเขาคิดแบบตนหรือเปล่า ซึ่งอยากบอกว่าวิธีนี้เป็นสากล หากให้นิรโทษกรรมทั้งหมดเพื่อการปรองดอง ในขณะที่ยังไม่มีคนรับผิดชอบการกระทำ ตรงนี้ทำไม่ได้ ต้องชัดเจนศาลตัดสินอย่างไรต้องเป็นไปตามนั้น
"สมมุติว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นปี2553 และมีการติดคุกแล้วตรงนี้จะมาดูเรื่องการบรรเทาโทษ ต้องเดินแบบนี้ดูดีๆ จะนิรโทษกรรมทันทีตามกลไกมันทำไม่ได้ ตรงนี้เป็นหลักการของโลกใบนี้ เขาใช้วิธีนี้ เป็นแนวทางการปรองดอง ซึ่งปัญหาแบบนี้เกิดหลายประเทศในโลกจึงต้องมีกลไก ขจัดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง ในเมื่อมีเหตุการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้น ตรงนี้มีวิชาสอน มีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาและเปิดอบรมทหาร ก็เคยส่งไปอบรม ผมก็เอาจากตรงนี้มาทั้งนั้น ทุกอย่างอย่าคิดเอาเอง ถ้าคิดเองการยอมรับมันก็ไม่ได้"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว







