
เอกชนห่วงเลื่อนเลือกตั้งกระทบเจรจาการค้า
หากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดการณ์ไว้จนทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งภายในปี 2559 ได้ ก็ยอมรับว่าจะส่งผลต่อการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป
นพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า หากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดการณ์ไว้จนทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งภายในปี 2559 ได้ ก็ยอมรับว่าจะส่งผลต่อการเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป และการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ของสหรัฐ ที่อาจจะทำให้เดินหน้าช้ากว่าประเทศคู่แข่งโดยเฉพาะเวียดนาม ที่คาดว่าจะลงนามทั้งสองข้อตกลงได้ภายในปี 2559
ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัญหาความมั่นคงของชาติสำคัญมากที่สุด ซึ่งหากรัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น และทำให้การเลือกตั้งช้ากว่าที่ตั้งไว้ ก็จำเป็นต้องเลือกความมั่นคงของประเทศก่อน ขณะที่แนวทางในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ภาครัฐและเอกชนจะต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยในเบื้องต้นภาครัฐควรจะหันไปเจรจาเอฟทีเอกับประเทศที่มีตลาดขนาดใหญ่ทดแทนตลาดอียู เช่น อินเดีย และจีน เป็นต้น
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สิ่งที่จะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนหรือขยายฐานนั้นส่วนใหญ่จะตัดสินใจจากระบบสาธารณูปโภคเป็นหลัก ซึ่งไทยค่อนข้างมีความพร้อม ขณะเดียวกันนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลต้องมีความชัดเจนด้วย ซึ่งหากตอบโจทย์เหล่านี้ได้ เชื่อว่าเรื่องการเมืองไม่เป็นอุปสรรค
พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ต้องแยกคนละเรื่องระหว่างการลงมติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กับการที่รัฐบาลจะทำงานอยู่ยาว เพราะการลงมติไม่ผ่านก็เป็นสิทธิชอบธรรมของ สปช. ซึ่งก็ต้องมีการร่างใหม่ อาจใช้ระยะเวลาน้อยกว่า 6 เดือนก็ได้ เพราะนำร่างที่ทำอยู่แล้วมาปรับปรุงใหม่ ซึ่งก็เป็นไปตามแผนโรดแมป เพราะเมื่อเสร็จจากการร่างรัฐธรรมนูญจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงประชามติเลย
“สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับสังคมโลกให้ชัดเจนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นของสถานการณ์ภายในประเทศ ไม่ใช่เพราะว่ารัฐบาลต้องการอยู่นาน แต่เป็นไปตามขั้นตอนของโรดแมป เพราะขณะนี้เป็นลักษณะต่างคนต่างพูดว่ารัฐบาลจะอยู่นาน แต่รัฐบาลยังเคยออกมาชี้แจงเรื่องนี้ ซึ่งก็ต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน” พจน์ กล่าว
ไกรลักขณ์ อัศวฉัตรโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน กล่าวกรณี สปช.ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และส่งผลให้การเลือกตั้งต้องถูกเลื่อนออกไปนั้น มองว่าไม่น่าจะกระทบต่อการลงทุนตรงของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากประเทศไทยไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเกือบ 2 ปี และนักลงทุนต่างชาติมองเห็นประเด็นเหล่านี้อยู่แล้ว นอกจากนั้นการลงทุนตรงถือเป็นการลงทุนระยะยาว และประเทศไทยมีที่ตั้งที่ดี
“การเมืองมีวิถีทางของเขา และท้ายที่สุดไม่ได้เป็นปัจจัยทำให้ประเทศไทยไม่มีการเติบโต แต่ยอมรับว่ามีบางบริษัทอาจมีนโยบายไม่ลงทุนในประเทศที่ไม่มีรัฐบาลมาจากระบบประชาธิปไตย แต่การลงทุนเป็นการลงทุนในระยะยาว และประเทศไทยตั้งอยู่ในทำเลที่ดีที่ไม่มีใครสามารถเอาไปได้ และลูกค้าที่มาซื้อที่ดินกับเหมราช ล่าสุดมาจากประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่บ่นประเทศไทยในเรื่องประชาธิปไตย” ไกรลักขณ์ กล่าว
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาหอการค้าไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า การอยู่ยาวไปอีก 2 ปี ก็เป็นไปตามกำหนดการของแผนโรดแมปอยู่แล้ว เอกชนทราบดีตรงจุดนี้อยู่แล้ว ไม่ได้แปลกใจ ก็คงต้องยอมรับให้เป็นไปตามขั้นตอน แต่การอยู่ยาวของรัฐบาล ในเวทีโลกอาจมีผลกระทบ เพราะหลายประเทศโดยเฉพาะสหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐ ไม่เจรจากับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร
อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ถ้ามองในแง่ดี จะทำให้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง แต่มุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อาจจะระมัดระวังในการลงทุน







