
จ่ายเงินช่วยเหยื่อแดงเผาตร.ม.ละ1หมื่นบาท
ครม.ไฟเขียวจ่ายเงินช่วยเหลือเหยื่อม๊อบแดงเผาเมือง ตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย
ครม.ไฟเขียวจ่ายเงินช่วยเหลือเหยื่อม๊อบแดงเผาเมือง ตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) อนุมัติมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ แยกเป็นกรณีของคณะกรรมการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ชุดของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับอนุมัติมาตรการพิเศษเพื่อช่วยผู้ประกอบการคนไทยแยกเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการถูกเผาเนื่องจากการชุมนุม และสินค้าได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ครม. ได้อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือ ตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท สูงสุดไม่เกิน 50 ตารางเมตร หรือสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย ส่วนกรณีที่ไม่ถูกเพลิงไหม้ แต่สินค้าได้รับความเสียเนื่องจากควันไฟ หรือน้ำยาเคมีหรือกรณีอื่นที่เกี่ยวข้องให้ได้รับเงินชดเชยครึ่งหนึ่ง หรือตารางเมตรละ 5,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ตารางเมตร หรือช่วยสูงสุดไม่เกิน 2.5 แสนบาทต่อราย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำรองจ่ายงบในวงเงินไม่เกิน 600 ล้านบาทเพื่อจ่ายให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบภายในสิ้นปีนี้
คณะกรรมการเยียวยา ยังได้มอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและคำแนะนำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการฟ้องร้องบริษัทประกัน ซึ่งกรณีนี้รัฐบาลจะเป็นผู้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่ไม่มีทุนในการฟ้องร้องกับบริษัทประกันต่างๆ และให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.และสมาคมประกันวินาศภัย ทำข้อตกลงเรื่องเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการ โดยให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นพยานเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียสิทธิ
สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการต่างชาติ ที่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องและเงินกู้เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( ธพว.) หรืทอ เอสเอ็มอีแบงก์นั้น จะมอบหมายให้นายเกรียติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ทำหน้าที่เจรจาาเพื่อหาข้อตกลงกับทาง ธพว. ต่อไป
"สำหรับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการของคณะกรรมการเยียวยา คาดว่าจะมีการเสนอเข้า ครม. อนุมัติต่อไป"นายวัชระกล่าว
พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ครม. อนุมัติในหลักการเรื่องมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวขนาดกลางและขนาดย่อมตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ โดยให้ตั้งวงเงินปล่อยกู้ 5,000 ล้านบาท แต่ให้ ธพว. เร่งอนุมัติเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในส่วนที่เหลืออีก 2,000 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มที่ได้รับผลกระทบรวมถึงเอสเอ็มอีด้านท่องเที่ยว
โดยให้ผ่อนปรนคุณสมบัติผู้ขอกู้ ให้ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้จดทะเบียนในนามนิติบุคคล สามารถยื่นขอกู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท มีระยะเวลาการกู้ยืมสูงสุด 8 ปี ระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น 2 ปี คิดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อย หรือ เอ็มแอลอาร์ ลบ 3 ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยที่อัตราลูกค้ารายใหญ่ โดยรัฐบาลให้เงินอุดหนุนเป็นค่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้กับ ธพว. ในอัตรา 2% เป็นเวลา 2 ปี ของวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยจริง แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท คิดเป็นที่รัฐต้องตั้งบชดเชยไม่เกิน 200 ล้านบาท รวมทั้งให้เว้นการคิดค่าธรรมเนียมในการทำนิติกรรม
"ครม.อนุมัติให้ ธพว. แยกบัญชีโครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐ หรือ PSA ออกจากการดำเนินงานปกติของธนาคารเพื่อขอรับการชดเชยความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตจากรัฐบาลได้"นายวัชระกล่าว
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมที่พักขนาดใหญ่ ให้กระทรวงท่องเที่ยวกลับไปพิจารณาทบทวนในรายละเอียดของโครงการใหม่ให้ชัดเจนแล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นทางกระทรวงการคลังเสนอให้บรรษัทค้ำประกันสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม ( บสย. ) ค้ำประกันให้กรณที่หลักประกันไม่เพียงพอ
นายวัชระ ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอปรับปรุงเงื่อนไขสินเชื่อของกระทรวงพาณิชย์ที่ช่วยผู้ประกอบการโลจิสติก โดยเพิ่มวงเงินจาก 3,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท และเพิ่มการช่วยเหลือให้กลุ่มธุรกิจเฟรนด์ชายและธุรกิจขายตรงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองช่วงที่ผ่านมาด้วย
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีข้อหารือกรณีแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองช่วงที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งในส่วนสินเชื่อ เนื่องจากไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ทั้งมาตรการสินเชื่อจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการเสนอให้ธนาคารออมสิน เข้ามาดูแลเรื่องมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแรงงานกลุ่มนี้ว่าจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง
รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการนอกระบบ เช่น ที่ถนนข้าวสาร ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้อยู่ในข่ายการให้ความช่วยเหลือจากกระทรวงพาณิชย์ ให้ธนาคารออมสิน เข้าไปดูแลผู้ประกอบการกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน
ด้านกระทรวงพัฒนาสังคมได้รายงานเรื่องตัวเลขความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตซึ่งมีจำนวน 1,722 รายได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว 1,447 ราย เป็นเงิน 81 ล้านบาท ส่วนเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการได้มีการจ่ายไปแล้ว 5 ครั้ง รวม 2,009 ราย คิดเป็นวงเงิน 100.4 ล้านบาท และคาดว่าจะอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ค. นี้อีก 961 คน คิดเป็นวงเงิน 48 ล้านบาท







