
ร่างรธน.เฟสสอง แก้(ตัว)กับดัก‘ปฏิรูป’
เสียงโหวตจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้วยการลงมติ “คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ”
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
เสียงโหวตจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้วยการลงมติ “คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ” แม้ตอบสนองความต้องการของพรรคการเมืองและกลุ่มมวลชนไปได้ระดับหนึ่ง แต่กลุ่มการเมืองเหล่านี้ก็ไม่ได้หยุดที่จะเฝ้าสังเกตการณ์การเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมทั้งยังฝากความหวังให้ร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นสามารถเป็นฉบับที่ใช้ได้จริงตอบโจทย์ปัญหาประเทศชาติได้
สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “ผมขอส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดินทุกท่าน เราได้แสดงเจตนารมณ์แทนพี่น้องมวลมหาประชาชน ว่า...เราต้องการเห็นการปฏิรูปประเทศไทยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำไปเสียแล้ว พวกเราก็อย่าเสียกำลังใจ ขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศให้จงได้ สุขุม หนักแน่นเอาไว้ครับ”
สุริยะใส กตะศิลา ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า จากนี้คนจะเริ่มถามหาความจริงใจจาก คสช.ว่าจะปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังหรือไม่ หรือเอาประเด็นปฏิรูปมาเป็นเกมอำนาจเท่านั้น ซึ่งสิ่งที่ คสช.ไม่ต้องรอร่างรัฐธรรมนูญ คือ การบูรณาการอำนาจเร่งผลักดันการปฏิรูปเรื่องเร่งด่วนและเป็นการปฏิรูปในระดับโครงสร้าง เช่น การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปตำรวจ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น เพราะเท่าที่สังเกตในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเห็นแต่โรดแมปของการเขียนรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่เห็นโรดแมปของการปฏิรูปที่เป็นเรื่องของเนื้อหาสาระ เพราะได้รัฐธรรมนูญมาแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าการปฏิรูปจะสำเร็จเสมอไป ถ้า คสช.ประกาศโรดแมปปฏิรูปในส่วน คสช. ก็จะทำให้สังคมเห็นภาพชัดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือก่อนเลือกตั้งและจะไม่เป็นการเสียของเปลืองงบประมาณเหมือนช่วงที่ผ่านมา
ด้าน จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า จะต้องจับตาดูคือคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 21 คนว่าจะเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ให้เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่สามารถใช้ได้จริง เพราะจะไม่ได้ร่างด้วยความคิดของตัวเองเป็นหลัก หากจำคำพูดของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่พูดว่า “ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ” ผลมติ สปช.วันนี้นี่คือสัจธรรมที่ใจแป๊ะไม่ได้มั่นคงและแป๊ะในวันนั้นอาจจะไม่ใช่แป๊ะในวันนี้
ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ขอฝากไปยังผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งคณะร่างชุดใหม่ให้เลือกคนมีหลักการ เคารพหลักประชาธิปไตย และรู้จักประสานประโยชน์ และก็ไม่จำเป็นให้ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นเงื่อนไขถ่วงเวลาให้เกิดการล่าช้าในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะปัญหาต่างๆ ของประเทศมีมากมายและรอไม่ได้
“หวังว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะไม่มีความพยายามสร้างซูเปอร์องค์กรที่มีลักษณะรัฐซ้อนรัฐ อำนาจเหนือรัฐ แบบคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ไม่ต้องกลัวว่าวิกฤตเกิดขึ้นแล้วไม่มีทางออก หากกลไกตำรวจและทหารสนับสนุนรัฐบาลประชาธิปไตย ไม่ยินยอมให้อำนาจนอกระบบมาทำลายประชาธิปไตย วิกฤตย่อมไม่เกิด รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ต้องให้การกำหนดให้ทุกอำนาจที่เกิดขึ้นต้องยึดโยงกับประชาชน กรรมการร่างชุดใหม่ต้องจริงจังและจริงใจกับการระดมทุกความเห็นมาช่วยกันสร้าง หวังว่าเดือน เม.ย. 2559 จะได้รัฐธรรมนูญใหม่ดีกว่าที่ถูกคว่ำไปและเป็นรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับเพื่อผลักดันและรับมือกับปัญหาที่กำลังรุนแรงอยู่” ภูมิธรรม กล่าว
นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้สังคมต้องรู้ความจริงก่อนว่าเหตุผลที่ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพราะอะไร เพราะเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถเดินไปได้หรือเพราะต้องการยืดอายุให้กับ คสช.และรัฐบาลเพื่อบริหารบ้านเมืองต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งส่วนตัวมองว่าหากคว่ำร่างรัฐธรมนูญเพราะเนื้อหานั้น กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาเต็ม 180 วัน เพราะเนื้อหาไม่ได้แย่ไปทุกประเด็นไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด และคิดว่าหากปรับเอาส่วนแย่ออกและปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนใส่ไปแทนใช้เวลาเพียงแค่ 30 วันน่าจะเพียงพอ แต่หากเหตุผลคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพราะต้องการยืดอายุการบริหารของรัฐบาล ก็จะไม่ส่งผลดีต่อบ้านเมือง เพราะไม่มีใครทราบได้ว่าในอนาคตหากทำประชามติแล้วร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำอีกหรือไม่
“หากรัฐบาลหรือ คสช.ต้องการยืดอายุตนเองจะส่งผลต่อการบริหารประเทศอย่างแน่นอน เพราะตามธรรมชาติของเวลานั้นจะไม่อยู่ข้างอำนาจพิเศษหรือเผด็จการนานเกินไป เวลาจะเอื้อให้ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองได้นาน เพราะฉะนั้นถ้ายิ่งอยู่ยาวจะยิ่งมีปัญหา จะทำอะไรต้องรีบทำให้สำเร็จเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว"







