
ถึงเวลาขนย้ายเมือง!
รอยแตกร้าวบนผืนธรณีแลบเลื้อยราวกับลิ้นที่ไม่รู้จักอิ่มเข้าใกล้เมืองคิรูนา (Kiruna) มากขึ้นเรื่อยๆ
รอยแตกร้าวบนผืนธรณีแลบเลื้อยราวกับลิ้นที่ไม่รู้จักอิ่มเข้าใกล้เมืองคิรูนา (Kiruna) มากขึ้นเรื่อยๆ การทำเหมืองกำลังส่งเมืองทางเหนือสุดของสวีเดนเข้าสู่หุบเหวแห่งนรก ดังนั้น คิรูนาจึงต้องย้ายไปทางตะวันออก 3 กิโลเมตร นับเป็นโครงการย้ายถิ่นที่ใหญ่ที่สุด โดยจะเริ่มขึ้นในปี 2015 และคาดว่าจะใช้เวลาหลายสิบปีเก็บหนังสือ เสื้อผ้า เครื่องเรือนและเครื่องครัวเพื่อย้ายไปสู่บ้านใหม่ อาจเป็นเรื่องสนุกของใครหลายคน แต่คำว่า “ย้ายจนเละเทะ” จะมีความหมายใหม่ขึ้นมา หากดูความท้าทายที่คิรูนาต้องเผชิญอยู่
คิรูนาตั้งอยู่ทางเหนือของสวีเดน มีผู้คนอยู่อาศัย 1.8 หมื่นคน เมืองนี้จะต้องย้ายออกไปทางตะวันออก 3 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นงานยักษ์ทีเดียว โดยโครงการจะเริ่มอย่างจริงจังกันในปีนี้ และใช้เวลาหลายทศวรรษกว่าจะสิ้นสุด อีกไม่นานจะมีการใช้เครนยกตึกทั้งตึกออกจากฐานราก เพื่อย้ายไปอีก 2-3 กิโลเมตร ศูนย์กลางเมืองใหม่จะถูกสร้างขึ้นใหม่ตั้งแต่ต้น โดยบ้านสมัยใหม่ที่มีแผงโซลาร์เซลล์ และการมีต้นทุนในการสร้างระบบทำความร้อนที่ต่ำมาก จะทำให้เมืองใหม่แห่งนี้เป็นเมืองต้นแบบซึ่งเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ
โครงสร้างจะถล่ม
แม้แผนย้ายเมืองจะดูน่าหวาดเสียวเกินจริง แต่ก็มีเหตุผลเมื่อหันไปดูสภาพเพื่อนบ้านของเมืองนี้อย่างเหมืองเหล็กใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่จริงแล้ว เมืองคิรูนาก่อตั้งขึ้นเพราะเหมืองนี้ แต่การทำเหมืองที่ขยายวงกว้างลึกลงไปใต้พื้นผิว ทำให้ชั้นดินทางขอบเมืองด้านตะวันตกเริ่มพังทลาย เกิดรอยร้าวยาวหลายเมตร
บริษัททำเหมือง LKAB นั้น มีรัฐบาลถือหุ้นอยู่ด้วย เป็นธุรกิจพันล้านเหรียญที่สร้างงานให้คนมากมายซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ในคิรูนา ดังนั้น ความสั่นสะเทือนใต้ดินจึงยังคงเกิดขึ้นต่อไป บริษัทนี้คาดว่าจะสามารถสกัดแร่ไปจนถึงปี 2033 หรือนานกว่านั้น
จากความเสียหายทางธรณีวิทยานั้น รอยร้าวในดินจะค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ศูนย์กลางเมืองที่มีอยู่ ถ้าเมืองไม่ย้ายหนี โครงสร้างสาธารณูปโภคใต้ดิน อย่างเช่น ท่อประปาและท่อระบายน้ำจะตกเป็นเหยื่อรายแรก ต่อมาตึกในเมืองจะพังทลาย ดังนั้น วิศวกร สถาปนิก และนักวางผังเมือง จึงใช้เวลานับพันๆ ชั่วโมงคิดแผนกู้ภัย ซึ่งก็คือการสร้างเมืองใหม่ชื่อ นิวคิรูนา (Nya Kiruna) ขึ้นภายในอีก 2-3 ทศวรรษ เป็นเมืองใหม่ในดินแดนแล็ปแลนด์ อยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิลขึ้นไปราว 150 กิโลเมตร มีการออกแบบตามความต้องการของชาวเมืองและเป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก
คิรูนากับเหล็ก
เรื่องของคิรูนาคือเรื่องของแร่เหล็กหรือหินที่มีสายแร่เหล็กอยู่ ซึ่งจะนำมาสกัดและผลิตเป็นเหล็กกล้าและเหล็กหล่อต่อไป การทำเหมืองเหล็กในประเทศเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1647 แล้วค่อยๆ ย้ายขึ้นเหนือไปช้าๆ นักธรณีวิทยารู้ว่าพื้นดินแถบนี้มีเหล็กมาก ในกลางทศวรรษ 1880 จึงเกิดการขุดเจาะภูเขาคิรูนาเพื่อทดสอบขึ้นเป็นครั้งแรก
ในตอนแรก มีการตั้งรกรากเหมือนชุมชนแออัด กรรมกรอาศัยอยู่รอบพื้นที่เหมือง ซึ่งชาวเหมืองมีชีวิตอันน่าเศร้า ดังนั้น กษัตริย์สวีเดนจึงได้วางแผนสร้างเมืองคิรูนาขึ้นในปี 1900 โดยถือกันว่าเป็นปีที่เมืองนี้ “เกิด” ขึ้นมา ซีอีโอคนแรกของบริษัทเหมืองคือ โจฮัน โอลอฟ ฮัลมาร์ ลุนด์โบห์ม ซึ่งเป็นนักธรณีวิทยาและนักเคมีนั้น ถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งคิรูนาคนแรก
เขาออกแบบคิรูนาให้เป็นเมืองต้นแบบ มีบ้านของกรรมกร เหมืองที่มีน้ำประปา ท่อระบายน้ำ และถนนที่ป้องกันผู้คนจากลมหนาว ความต้องการเหล็กของโลกก่อให้เกิดการตื่นเหล็กขึ้นในคิรูนา ในปี 1910 เมืองจึงเติบโต มีประชากร 7,500 คน แร่เหล็กแผ่อยู่ใต้เมือง แต่ครึ่งศตวรรษต่อมา สัญญาณแรกเริ่มบ่งบอกว่าคิรูนากำลังประสบปัญหาในอนาคตก็เกิดขึ้น ในปี 1970 ประชากร 500 คนต้องอพยพออกจากย่านออนซึ่งอยู่ระหว่างบริษัทเหมืองกับทางรถไฟ เพราะมีรอยร้าวบนพื้นดินในปี 2004 รัฐบาลท้องถิ่นของคิรูนาได้รับคำเตือนจาก LKAB อย่างชัดเจนว่า ในอนาคตอันใกล้เหมืองจะสร้างปัญหาให้กับเมือง
จากการศึกษาทางธรณีวิทยา แร่เหล็กที่หนาแน่นนั้นก่อตัวขึ้นราว 1,900 ล้านปีก่อน เนื่องจากกิจกรรมของภูเขาไฟ แร่เหล็กฝังตัวอยู่ในพื้นดินเหมือนลิ่มขนาดมหึมา เฉลี่ยแล้วลึก 2 กิโลเมตร กว้าง 80 เมตร แร่เหล็กที่เป็นรูปลิ่มนั้นทำมุมเข้าหาชายเมืองคิรูนาด้านตะวันตก เมื่อมีการขุดลึกลงไปในดินมากขึ้นเรื่อยๆ การพังทลายและรอยร้าวจะเคลื่อนใกล้เมืองและผู้อยู่อาศัยในเมืองมากขึ้นด้วย
หลายปีทีเดียวที่คิดกันว่า การย้ายคิรูนาออกไป 5 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาลูออสซาวาราน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ในปี 2009 การวิเคราะห์ดินของพื้นผิวด้านล่าง แสดงให้เห็นว่า พื้นที่แถบนั้นไม่มั่นคงพอสำหรับการสร้างเมืองใหม่ เนื่องจากการทำเหมืองที่เกิดขึ้นก่อนหน้า จึงต้องเปลี่ยนแผนทำให้คิรูนาย้ายไปทางตะวันออก 3 กิโลเมตรแทน โดยเมื่อเทียบกับศูนย์กลางเมืองเก่าแล้ว ชั้นดินในบริเวณเมืองใหม่มีความมั่นคง เหมาะสมต่อการสร้างเมืองใหม่มากกว่า
ย้ายอาคาร 21 แห่งโดยรถบรรทุก
การย้ายเมืองคิรูนาจะเกิดขึ้นโดยการค่อยๆ ย้ายตึกไปยังเมืองใหม่ ในขณะที่เมืองเก่าค่อยๆ หายไป กระบวนการนี้เริ่มขึ้นแล้ว และจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2040 บ้านราว 3,000 หลัง และพื้นที่สำนักงาน ร้านรวง โรงเรียน โรงพยาบาล และโรงแรม ซึ่งมีขนาดพื้นที่ราว 4.5 แสนตารางเมตรจะถูกย้ายไป เช่นเดียวกับศูนย์กลางเมืองอีก 3 หมื่นตารางเมตรที่เป็นพื้นที่ร้านค้าปลีก
อย่างไรก็ตาม มีอาคาร 21 แห่งที่สำคัญเกินกว่าจะรื้อทำลาย ดังนั้น จึงจะมีการย้ายโดยใช้รถบรรทุกไปยังที่อยู่ใหม่แทน ตึกเหล่านี้สำคัญเพราะมีส่วนสร้างประวัติศาสตร์ของคิรูนา เช่น โบสถ์ของเมืองที่มีเพียงหนึ่งเดียว และได้รับการโหวตว่าเป็นอาคารที่สวยที่สุดในสวีเดน
ย้ายไปทั้งหลัง
ผู้ก่อตั้งเมืองคิรูนา ฮัลมาร์ ลุนด์โบห์ม์ อาศัยอยู่ในฮัลมาร์ ลุนด์โบห์มส์ การ์เด้น จนถึงปี 1920 ถือกันว่าเป็นอาคารสำคัญที่สุดในทางประวัติศาสตร์ของคิรูนา ตึกนี้จะย้ายไปในต้นปี 2016
การออกแบบ ฮัลมาร์ ลุนด์โบห์มส์ การ์เด้น ทำให้สามารถแยกอาคารนี้ออกเป็น 3 หรือ 4 ส่วนได้โดยง่าย แต่ละส่วนจะถูกยกขึ้นรถบรรทุกและขนไปยังเชิงเขาลูออสซาวารา ซึ่งเป็นที่ตั้งใหม่อีกตึกหนึ่งเก่าแก่พอๆ กัน คือ บ้านสีเหลืองเจิดจ้าเก่าแก่ของผู้บัญชาการตำรวจ ซึ่งจะย้ายไปทั้งหลัง โดยใช้คานเหล็กหนุน แล้วยกขึ้นบนรถบรรทุก







