posttoday
แมวเก้าชีวิต... เทคนิคการทำงาน ‘อารีพงศ์’

แมวเก้าชีวิต... เทคนิคการทำงาน ‘อารีพงศ์’

06 กันยายน 2558

กลายเป็นข้าราชการระดับสูงที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ไปแล้ว สำหรับ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

โดย...บากบั่น บุญเลิศ / พีรดา ปราศรีวงค์

กลายเป็นข้าราชการระดับสูงที่เรียกเสียงฮือฮามากที่สุดในขณะนี้ไปแล้ว สำหรับ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ายกลับมาเป็นปลัดกระทรวงพลังงานอีกรอบ หลังจาก ครม.โยกย้ายไปเมื่อไม่นานมานี้แล้ว 2 รอบ

ข้าราชการหลายคนบอกว่า เป็นลูกปิงปองบ้าง เป็นลูกชิ้นเด้งบ้าง เด้งเป็นลูกบอล โดนเตะไปเตะมา...

บ้างก็กังขาว่า... ตกลงเป็นข้าราชการคนเก่ง คนดี หรือเส้นแข็งกันแน่ ถึงเหนียวแน่นถูกย้ายไปในระดับปลัดกระทรวงอย่างต่อเนื่อง ไม่เหมือนปลัดกระทรวงคนอื่นที่โดนแขวน...

โพสต์ทูเดย์ได้ซักถาม ปลัดตุ้ม อารีพงศ์ ในประเด็นดังกล่าว คำตอบที่ได้รับคือ เสียงหัวเราะลั่น...ก่อนบอกว่า “ลูกปิงปอง ลูกบอล เส้นเหนียว ผมได้ยินข้าราชการพูดถึงผมมาเหมือนกัน...แต่ถามว่ารู้สึกอย่างไร ก็ปกติดีนะ...ผมรู้ว่าผมได้ทำอะไร และทำได้ดีแค่ไหนในขณะนี้ที่ทำหน้าที่ ผมภูมิใจ นี่จะรอดูว่า ในเวลาการทำงานที่เหลืออยู่อีก2 ปี จะโดนย้ายไปตำแหน่งไหนอีกเนี่ย...” ก่อนจะหัวเราะร่วนยิ้มร่า อย่างสบายใจ

เมื่อซักต่อไปว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ถูกรัฐบาลย้ายไปย้ายมาจนไม่เป็นอันทำงาน

อารีพงศ์ บอกว่า “ปลัดกระทรวงคือคนสุดท้าย เป็นคนเปิดประตูด่านสุดท้ายที่จะปล่อยให้นโยบายผ่านจากข้าราชการออกไปสู่การปฏิบัติ ระบบราชการกำหนดแนวทางการทำงานไว้เป็นแบบนั้น ผมไม่ใช่คนที่แข็งที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ต้องอ่อนที่จะปล่อยให้อะไรผ่านเลยไป จนผิดหลักการอย่างรุนแรง ผมไม่ยอมปล่อยแน่

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าปล่อยเรื่องค่าไฟฟ้าที่ถูกเสนอมาออกไปประชาชนจะเดือดร้อน ผมอยู่ไปก็ไม่มีความสุข เพราะตำแหน่งปลัดกระทรวงเขามอบหมายมาให้ดูแลขั้นตอนสุดท้ายที่ปล่อยออกไป หากการทำงานจะเอื้อให้กลุ่มทุนและนักการเมือง คำถามคือประชาชนจะพึ่งใคร ผมต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

ปลัด 4 หน่วยงาน กล่าวว่า “มีบางช่วงที่อาจทำให้กลัดกลุ้ม อัพเซตกับการโยกย้ายไม่เป็นธรรม ก็มีกระทบกับจิตใจ แต่ผมก็รับได้ ในบางเคส ถ้าคนบางคนทำแล้วมีการคอร์รัปชั่น เป็นตายผมไม่ยอมแน่นอน ผมปรี๊ดแน่ ผมทำงานด้วยไม่ได้แน่ เพราะชีวิตการทำงานราชการ ผมถือเรื่องนี้เป็นที่สุด”

&O5279;“การที่ย้ายแต่ละแห่ง ผมถือเป็นกำไรของชีวิต ถ้าไปดูจุดเปลี่ยนแปลง แต่ละจุดที่ไปมันเป็นที่คีย์ทั้งนั้น กระทรวงการคลัง คือ เสธ.ในการดูแลการเงิน การคลัง การใช้งบของรัฐบาล กระทรวงพลังงาน ก็เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ น้ำ พลังงาน อาหาร ที่ต้องวางรากฐานของประเทศ เมื่อถูกมอบหมายให้ทำที่นี่ ก็ถือว่าได้รับเกียรติ ให้ไปทำใหม่ก็ได้รับเกียรติ

ตอนถูกย้ายมาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นจุดไฮไลต์ ทุกวันนี้ทำสนุกสนาน สร้างสิ่งที่สวยงาม เป็นโอกาสสร้างรายได้ของประเทศ ที่จะทำให้เพิ่มขึ้นเป็น 20% ของจีดีพีประเทศไทยในอนาคต ในขณะนี้รายได้การท่องเที่ยวก็เพิ่มเป็น 17.8% แล้ว

ดังนั้น การถูกย้ายไปแต่ละที่ แม้ใครจะว่าเป็นหัวปิงปอง มนุษย์ปิงปอง แต่อย่าลืมว่าแต่ละจุดสำคัญทั้งสิ้น”

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า การทำงานของข้าราชการไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ควรทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นต่อประโยชน์ส่วนรวม สิ่งเหล่านี้จะคุ้มครองและส่งผลดีในระยะยาว หากยึดถือในแนวทางปฏิบัติดังกล่าว

“ผมเชื่อว่าการรับราชการไม่จำเป็นต้องวิ่งเต้นเล่นเส้นสายก็เติบโตได้ แต่ต้องตั้งใจที่จะทำงานจริง และเป็นคนดี คนที่ทำดีไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ดี ไม่ต้องพึ่งพาวิ่งเต้น เส้นสาย ก็จะก้าวหน้าและเจริญเติบโตในหน้าที่การงานได้ และก้าวหน้าอย่างตลอดรอดฝั่ง”

อารีพงศ์เชื่อเช่นนั้นและยึดเป็นแนวปฏิบัติ เขากล่าวว่า “ถ้าไปย้อนไปดูที่ผ่านมาจะเห็นการทำงานเต็มที่ในแต่ละจุด ในกระทรวงพลังงานช่วงเวลาตก 9 เดือนกว่าๆ ได้วางรากฐานด้านพลังงานของประเทศให้ทุกหน่วยงานวางแผนเพื่อความยั่งยืน มีกรอบแนวคิด มีหลักชัดเจน ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ผมวางรากฐานของ SLA มีระบบคุณธรรมกับหน่วยงานมาลงนามในการอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนมาเป็นตัววัดประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นพื้นฐานของ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ผลักดันทำคลอดออกมาในขณะนี้

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมได้รับปากกับรัฐมนตรีกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ว่าจะทำการขับเคลื่อนให้เสร็จ ผมบอกท่านรัฐมนตรีว่า ผมจะเป็นปลัดกระทรวงที่ไม่เน้นการไปเปิดงานนะ ผมมีแผนจะชุบชีวิตความตื่นเต้นของกรุงเทพฯ ออกมาอีกรอบ จะทำเป็นเฟสๆ เฟสแรกจะเห็นออกมาภายใน 1-2 ปีนับจากนี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีกอบกาญจน์จะประกาศออกมากับแผนของ ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ ที่จะบริหารจัดการ เพิ่มมูลค่า ทรัพย์สิน ราคาอสังหาริมทรัพย์ และการสร้างมรดกที่มีอยู่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น

...อย่าง วัดอรุณราชวราราม สมัยก่อนนี้ เมื่อไม่มีไฟส่อง ก็เป็นอีกแบบ แต่พอส่องไฟก็มีอีกแบบ เป็นทรัพย์สินของประเทศที่มีมูลค่าขึ้นมา นี่คือการบริหารจัดการแบบใหม่ กทม.ก็ต้องทำแบบนี้ นี่คือ เนชั่นแนล โปรเจกต์ ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ”

“ผมยังมีเวลา 1 เดือนที่จะทำเรื่องนี้ ผมได้มีการพูดคุยกับชุมชนมาหลายปีแล้วเรื่องโครงการนี้ ผมเคยเป็นปลัดกระทรวงการคลังมาก่อน เห็นที่ดินกรมธนารักษ์ สัมผัสโครงการต่างๆ ผมว่ามันสุกงอมผมว่าในเวลาไม่กี่ปีจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวก จะเป็นแคปปิตอล ยิลด์ ที่จะติดท็อปของโลกให้ได้ แต่ต้องให้รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ และนายกรัฐมนตรี ผ่านความเห็นชอบก่อน

ผมมาจากกระทรวงเศรษฐกิจ ผมเห็นประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใกล้เรามากขึ้น แต่เรามีแต่ปัญหา บ้านเมืองเราคงแก้ไม่ได้ แต่ในส่วนที่ผมอยู่ เราต้องลงล็อกให้ได้ มีเวลาสั้นหรือยาว ผมทำเต็มที่

“หลักการทำงานของปลัดคือต้องกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบาย แผนงานลงไปให้ชัดเจน ถูกจุด และต้องสื่อสารทางนโยบายกับข้าราชการให้มองเห็นภาพเดียวกัน เมื่อเขาเข้าใจ เขาจึงนำนโยบายไปปฏิบัติได้ถูก ไม่ว่าไปที่ไหน ผมต้องหาหาโจทย์สำคัญในภารกิจขององค์กรให้เจอ เมื่อเจอก็เข้าไปบริหารจัดการ วางนโยบายในการพัฒนาเพื่อสร้างรากฐาน และทำความเข้าใจกับข้าราชการให้เข้าใจ เห็นภาพของการปฏิบัติ เพื่อให้สามารถเดินสู่เป้าหมายร่วมกัน และต้องปฏิบัติเพื่อคนส่วนรวม เพราะเราไม่ได้ทำงานเพื่อเอกชน เราต้องทำเพื่อส่วนรวม”

อารีพงศ์ เล่าว่า ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการรับราชการเมื่ออายุ 30 ปี หลังจากจบปริญญาเอก สาขาการเงิน จากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี สหรัฐ ปริญญาโท สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยมาร์แชล สหรัฐ ปริญญาตรี สาขาการจัดการระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ ในตำแหน่งนักวิชาการคลัง 4 กองธนาธิการ กรมบัญชีกลาง ซึ่งดูแลระบบการคลังของประเทศ ก่อนที่จะโยกย้ายไปทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จนได้เป็นผู้บริหารสูงสุดของ สคร. และมาดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งสำคัญ เป็นปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการ กพร. ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ...

ทำให้รู้ถึงโครงสร้างการทำงานและมองเห็นแนวทางการวางแผน ด้านนโยบายต่างๆ ให้เห็นผลในเชิงปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้นโยบายต่างๆ ของรัฐไม่ถูกขับเคลื่อนไปได้นั้น เพราะขั้นตอนการสื่อสารระหว่างฐานบนกับฐานล่างไม่ได้อยู่ในทิศทางเดียวกัน นั่นคือโจทย์ที่ปลัดกระทรวง ต้องทำให้ผู้ใต้บังคัญชาเห็นเหมือนกัน ทำไม่ได้ต้องให้โอกาส ทำได้ต้องดูแลให้เติบโตก้าวหน้า

สำหรับภารกิจรีเทิร์นกลับไปกระทรวงพลังงานอีกรอบ ถือว่าเป็นภารกิจหินที่ต้องฟาดฟันฟันฝ่ากับอุปสรรครอบทิศทาง ไหนจะสัมปทานปิโตรเลียม ไหนจะคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไหนจะเรื่องผลประโยชน์ของยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน

อารีพงศ์ บอกว่า จะสานต่อยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศที่เคยวางไว้และเตรียมประกาศกับบุคลากรในอีก 2-3 สัปดาห์ ก่อนถูกคำสั่งโยกย้ายให้ไปนั่งที่ ก.พ.ร.เป็นรอบที่ 2

“ตอนนั้นรู้สึกเสียดายที่แผนงานที่วางไว้ยังไม่ถูกผลักออกไปให้ผู้ปฏิบัติได้รับรู้ แต่ในที่สุดทางรัฐมนตรีก็ใช้แนวทางดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านพลังงานของประเทศ ตอนนี้ผมจะกลับไปทำมันอีกครั้ง...”

แผนกลยุทธ์พลังงานชาติที่อารีพงศ์ประกาศเดินหน้าทำมีไม่มากแค่ 5 กลยุทธ์ ประกอบด้วย 1.แผนประหยัดพลังงาน 2.การหาพลังงานทดแทน 3.การผลิตไฟฟ้า 4.การผลิตน้ำมัน การวางท่อน้ำมัน และ 5.แผนการผลิตก๊าซ ลดการผูกขาดให้ได้

ทำได้ไม่ได้ โดนย้ายอีกรอบหรือไม่ ชวนติดตาม...

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน